กรณีปัญหาเหมืองแร่โปแตชพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวล : อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ

bamnet04
Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

กรณีปัญหาเหมืองแร่โปแตชพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวล : พื้นที่ อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ รวมตัวในนาม “กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์” ก่อตั้งขึ้นจากชาวบ้านในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลบ้านตาล ตำบลหัวทะเล ตำบลบ้านเพชร ในอำเภอบำเหน็จณรงค์ เพื่อยืนยันการปกป้องสิทธิชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชุมชนจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและโครงการอื่นๆที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิต และวิถีชุมชนข้อมูลทั่วไป

ประวัติศาสตร์ชุมชน

ตำบลบ้านตาล ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาไทย แต่ก็มีบางหมู่บ้านที่ใช้ภาษาลาว ตำบลบ้านตาลตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอบำเหน็จณรงค์ เดิมเป็นตำบลที่ขึ้นอยู่กับตำบลหัวทะเล เมื่อมีการแยกถนนก็ได้แบ่งเขตหมู่บ้านใหม่ หมู่บ้านในตำบลมีทั้งหมดจำนวน 10 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหัวบึง บ้านท่าศาล บ้านกระทุ่มพระ บ้านตาล บ้านวังกะอาม บ้านหนองอีหล่อ บ้านกุดแคน บ้านโคกเพชร บ้านหนองยายบุตร บ้านหนองคร้อ
อาชีพ
อาชีพหลัก ทำนา,ทำสวน/ทำไร่
อาชีพเสริม ทำไร่พริก

ตำบลหัวทะเล แยกตัวออกมาจากตำบลบ้านตาลเมื่อประมาณ 30 ปี ที่ผ่านมา โดยตั้งอยู่ในเขตการปกครองของ อ.บำเหน็จณรงค์ ประกอบไปด้วย 10 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านหัวทะเล บ้านหัวสระ บ้านกุ่ม บ้านหนองประดู่ บ้านเขาดิน บ้านโคกแสว บ้านหนองดง บ้านเก่า บ้านโนนสังข์ บ้านหัวสะพาน เป็นชุมชนชนบทที่ยังคงความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ประเพณีเดิมของชุมชนอย่างเหนียวแน่น พื้นที่เป็นที่ราบสูง ในบริเวณที่นาน้ำท่วมถึง
อาชีพ
อาชีพหลัก ทำนา
อาชีพเสริม ทอพรม,รับจ้างทั่วไป

ตำบลบ้านเพชร
เมื่อหลายร้อยปีก่อน ได้มีชาวบ้านย้ายถิ่นฐานเข้ามาปักหลักตั้งบ้านเรือนเพื่อยู่อาศัยในเขตตำบลบ้านเพชร ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าสืบทอดกันมาว่าชาวบ้านที่ย้ายถิ่นฐานเข้ามานั้นเป็นชาวบ้านทางจังหวัดนครราชสีมาในอำเภอด่านขุนทด และบ้านมะเกลือเก่า บ้านมะเกลือใหม่ อำเภอสูงเนิน โดยได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอยู่อาศัยและทำกินเนื่องจากตำบลบ้านเพชรมีทำเลที่ดี มีน้ำกินน้ำใช้อย่างอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำไหลผ่านหลายสาย เหมาะแก่การเพาะปลูก เช่น ลำคันฉู และลำคำปิง เป็นต้น เหมาะกับการทำเกษตรเป็นอย่างยิ่ง ชาวบ้านเหล่านั้นจึงได้ปักหลักตั้งถิ่นฐานทำมาหากินในที่แห่งนี้ด้วยความสงบสุขเรื่อยมา และเนื่องจากที่แห่งนี้ได้มีต้นตะบองเพชรอยู่มากมายในเขตพื้นที่ชาวบ้านเหล่านั้นจึงได้เรียกขานตำบลนี้ว่า “ตำบลบ้านเพชร” ซึ่งบรรพบุรุษที่ได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ตำบลบ้านเพชรก็ได้นำมาซึ่งวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามสืบทอดกันต่อมายังลูกหลานตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ทรัพยากรชุมชน ดิน,น้ำป่า

  • บึงทะเลสีดอแแหล่งน้ำสาธารณะที่สำคัญ 1 ใน 6 ของอำเภอบำเหน็จณรงค์ ตั้งอยู่ในตำบลหัวทะเล กำลังจะถูกดึงไปใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่โปแตช และโรงไฟฟ้าชีวมวล

สถานการณ์ปัจจุบัน

วันที่ 4 มิ.ย. 61 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ รวมตัวกันยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองนครราชสีมา ให้ยกเลิกเพิกถอน EIA โรงไฟฟ้าชีวมวลสอดไส้ถ่านหิน

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 60 คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน (คชก.) ได้ให้ความเห็นชอบรายงานการวิเคราห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมสำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จํากัด (มหาชน) โดยมีบริษัท ทีม คอลซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษาจัดทำรายงาน EIA ให้

โดยรายงาน EIA โรงไฟฟ้าดังกล่าว ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแต่งแร่ของโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ คชก. ถึง 4 ครั้ง และมีการแก้ไขเพิ่มเติมจนนำไปสู่การให้ความเห็นชอบรายงาน EIA ของ คชก. ในที่สุด ซึ่งในตอนแรกเริ่มโครงการเหมืองแร่โปแตชพยายามผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหิน (บิทูมินัส) เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งทำให้เกิดการคัดค้านของประชาชนในพื้นที่อย่างหนักและมีกระแสการต่อต้านถ่านหินของประชาชนในประเทศและทั่วโลก ทำให้โครงการเป็นที่จับตามองของประชาชนและสื่อมากมายในเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้น แม้ว่า EIA โรงไฟฟ้าถ่านหินจะไม่ผ่านความเห็นของ คชก. ถึง 2 ครั้ง แต่โครงการเหมืองแร่ก็ยังไม่หยุดและดึงดันยื่นรายงาน EIA โรงไฟฟ้าถ่านหินฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3 ให้ คชก. พิจารณาอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับความเห็นชอบแต่อย่างใด

จนกระทั้งบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จํากัด (มหาชน) ได้ยื่นรายงาน EIA ครั้งที่ 4 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาเป็นชีวมวล (กะลาปาล์มและไม้สับ) และในวันที่ 5 ต.ค. 60 คชก. โรงไฟฟ้าก็ได้ให้ความเห็นชอบรายงาน EIA โรงไฟฟ้าฉบับดังกล่าว แม้ว่าจะสร้างข้อกังขาและมีเสียงต่อต้านคัดค้านโครงการของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก และส่วนหนึ่งที่สำคัญในการจัดเวทีรับความของคิดเห็นของประชาชน โครงการเหมืองแร่กลับลดทอนความสำคัญของประชาชนในพื้นที่ โดยการปิดกั้นประชาชนที่คัดค้านโครงการ ไม่ให้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น

ในกรณีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาใช้เป็นชีวมวลในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมสำหรับโครงการเหมืองแร่โพแทชและเกลือหิน ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 60 ณ โรงเรียนบางอำพันธ์วิทยาคม ต.บ้านตาล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ซึ่งก่อนวันประชุมได้มีข่าวลืออย่างหนักเกิดขึ้นว่า “ถ้าหากใครไปร่วมเวทีรับฟังความเห็นในครั้งนี้ จะได้รับเงินคนละ 300 บาท และถ้าหากใครมีรถที่สามารถพาชาวบ้านคนอื่นไปด้วยได้ จะได้เงิน 500 บาท” ซึ่งแพร่กระจายไปทั่วทุกหมู่บ้านทุกชุมชน โดยจะต้องทำการลงชื่อไว้ก่อน แล้วจะได้รับเงินหลังจากจบเวทีการรับฟังความคิดเห็นฯ แล้วเท่านั้น

ซึ่งในวันดังกล่าวมีการปิดกั้นประชาชนกลุ่มผู้คัดค้านโครงการไม่ให้เข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น โดยการนำแผงเหล็กและแนวกั้นมากันไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปในพื้นที่บริเวณของโรงเรียน มีการล้อมรั่วสังกะสีไว้โดยรอบโรงเรียนเพื่อไม่ให้มีประตูหรือช่องทางใดๆ ให้คนเข้าออก โดยพยายามจำกัดทางเข้า-ออกเพียงทางเดียว คือ หน้าประตูหน้าโรงเรียนเท่านั้น และเมื่อผู้คัดค้านเจรจาขอเข้าร่วมเวทีกลับมีการปิดประตูโรงเรียนและคล้องโซ่พร้อมล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมายืนขวางประตูไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กว่า 100 นาย และมีการกล่าวอ้าวใส่ร้ายว่า ชาวบ้านที่มาคัดค้านอาจจะไม่ใช่คนในพื้นที่และเป็นคนต่างด้าว พยายามไม่ให้ชาวบ้านกลุ่มผู้คัดค้านโครงการกว่า 200 คน เข้าร่วมเวที จนกระทั้งการประชุมรับฟังความคิดเห็นจบลง พร้อมกับชาวบ้านที่เข้าร่วมในเวทีเดินถือข้าวกล่องออกมานอกโรงเรียน

โดยกรณีดังกล่าวได้มีส่วนที่ไม่ชอบมาพากล สร้างความเคลือบแคลงใจ ความไม่พอใจ และเจ็บปวดใจให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก นอกจากนี้แม้ว่าโครงการโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาใช้เป็นชีวมวลแล้วก็ตาม แต่ทว่ากำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าดังกล่าวมากถึง 54 เมกะวัตต์ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่มีข้อห่วงกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อวิถีชีวิต ชุมชน และระบบนิเวศ ที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน และยังพบข้อพิรุธและการบิดเบือนข้อมูลใน EIA อีกมากมาย จนนำไปสู่การฟ้องคดีต่อศาลปกครองให้ยกเลิกเพิกถอน EIA โรงไฟฟ้าชีวมวลสอดไส้ถ่านหิน ซึ่งอยู่ในช่วงพิจารณาคดีของศาลปกครองนครราชสีมา

และไม่ใช่เพียงแค่จากโครงการโรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวที่อาจจะสร้างผลกระทบให้กับคนในชุมชน ในอำเภอบำเหน็จณรงค์ แต่ยังมีทั้งโครงการเหมืองแร่โปแตช และโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่กว่าอีก 3-4 แห่ง ที่กำลังคุกคามชีวิตและชุมชนของชาวบ้านในพื้นที่