‘อีสานใหม่’ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์-ประกาศแก้ รธน.กับทุกเครือข่ายที่ยึดหลักประชาธิปไตย-สิทธิมนุษยชน

IMG_8322
Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

10 ธันวาคม 2562 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น ‘ขบวนการอีสานใหม่’ จัดกิจกรรม “นั่งดูรัฐธรรมนูญ” ในวันสิทธิมนุษยชนสากลและวันรัฐธรรมนูญ ด้วยการจ้องมองไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยขอนแก่น ทบทวนปัญหาของรัฐธรรมนูญ

พร้อมกับเขียนเหตุผลลงบนโปสเตอร์รณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 กับคำถาม “ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.เพราะ?” และ “ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเพื่อ?”

อีกหนึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ มีการเขียนข้อความลง Text Bubble หรือ กล่องคำพูดที่เอามาคาดหัว แทนสัญลักษณ์ของความคิดที่อยากบอกเล่าหรือแสดงออกเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยมีนักศึกษาจากหลายสถาบัน รวมทั้งนักเคลื่อนไหวทางการเมือง อาทิ จตุรภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน รวมถึง รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

ขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุม คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขบวนการอีสานใหม่ร่วมกับศูนย์ศึกษาและประสานงานด้านสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเวทีบรรยายพิเศษ โดย รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล ประธานกรรามการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ในหัวข้อ “รัฐธรรมนูญ กับปัญหาสิทธิมนุษยชน” ท่ามกลางความสนใจจากจากผู้ร่วมรับฟังกว่า 200 คน

บริเวณด้านหน้าห้องประชุมยังมีการติดตั้งป้ายเพื่อผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมได้แสดงออกด้วยการเขียนข้อความหรือวาดภาพลงบนป้ายในหัวข้อรัฐธรรมนูญที่เราอยากได้

 

รศ.ดร.ปิยบุตร กล่าวว่า การเกิดขึ้นของ รธน. 60 ถือเป็นชัยชนะของระบอบคณะรัฐประหาร ซึ่งมีความพยายามจะยึดมาตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 และทำไม่สำเร็จ คือ การรัฐประหารปี 49 สำเร็จแต่สร้างระบอบที่ตนเองต้องการไม่ได้ เพราะเลือกตั้งแล้วแพ้เขาอีก ก็เลยต้องมีการรัฐประหารซ่อมในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 อีกรอบหนึ่ง และคราวนี้ก็สามารถสถาปนาระบบรัฐธรรมนูญ 60 ขึ้นมา

รัฐธรรมนูญ 60 มีปัญหาอยู่หลายเรื่อง มันเป็นรัฐธรรมนูญที่ขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตยในทุกมิติ ทั้งในแง่ของที่มา เกิดขึ้นมาได้เพราะรัฐธรรมชั่วคราว 2557 มันเป็นผลพวงจากการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย เพราะองค์กรที่มาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหลาย เกิดขึ้นจาก คสช. ทั้งสิ้น กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นจาก คสช. ประชาชนไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม

แม้จะจัดให้มีประชามติ แต่การประชามตินั้นไม่ได้มาตรฐานสากล เพราะฝ่ายที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ รณรงค์ไม่ได้ รณรงค์ไม่ได้ไม่พอติดคุกด้วย คนรณรงค์ไม่รับถูกดำเนินคดี ภายใต้กฎอัยการศึก ภายใต้ ม.44 เสรีภาพในการรณรงค์ไม่มี เนื้อหาชัดเจนที่สุด

สรุปสั้นๆ เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ 60 คือ รัฐธรรมที่ทำให้การรัฐประหารชอบด้วยรัฐธรรมนูญตลอดกาล ทำให้การใช้อำนาจของคณะรัฐประหาร ถูกต้องตลอดกาลอยู่ในมาตราสุดท้ายของรัฐธรรมนูญ ม.269 รับรองการใช้อำนาจของ คสช. ไว้ทั้งหมด ตั้งแต่อดีต ปัจจุบันและอนาคต

เท่านั้นยังไม่พอ ยังสถาปนาอำนาจระบอบรัฐประหารฝั่งเข้าไปในรัฐธรรมนูญ ผ่าน ส.ว. แต่งตั้ง 250 คน และมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการปฏิรูป คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ องค์กรอิสระต่างๆ

เพราะฉะนั้น มันจึงถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการที่ คสช. จะได้สืบทอดอำนาจต่อ มันเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นเครื่องมือของการสืบทอดอำนาจ เขาทำให้การเมืองระบบรัฐสภาให้อ่อนแอและถอยหลังไปเหมือนปี พ.ศ. 2521 คือ การสร้าง ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง ทำให้มีรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำและใช้วิธีการเลือกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อดึงเสียงในรัฐสภา ส.ว. ที่แต่งตั้งมาเป็นตัวการสำคัญในการสืบทอดอำนาจ เพราะ หากไม่มี ส.ว. 250 คน พรรคพลังประชารัฐคงจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้

รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้เกิดจากกการแสวงหาฉันทามติร่วมกัน รัฐธรรมนูญที่เป็นการแสวงหาฉันทามติร่วมกันฉบับสุดท้าย คือ รัฐธรรมนูญปี 40 หลังจากนั้น รัฐธรรมนูญปี 49 50 57 60 เป็นรัฐธรรมนูญแบบแก้แค้นเอาคืน คือ พรรคที่ได้คะแนนนิยมสูงสุดจะมีโอกาสเป็นรัฐบาลน้อย

การเขียนรัฐธรรมนูญปี 60 เป็นรัฐธรรมนูญขี้โกง ขี้โกงเวลา ขี้โกงโอกาส และขี้โกงอนาคตของคนไทย คือ คุณยึดอำนาจเขาในวันที่ 22 พฤษภาคม 57 ยึดเสร็จแล้วก็มาเขียนกันเอง เมื่อเป็นที่พอใจแล้ว ก็ปิดล้อมไม่ให้คนแก้ มันกลายเป็นรัฐธรรมที่แก้ไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นมันเป็นทางตัน

จะทำอย่างไรเพื่อจะออกจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ เราเห็นแบบนี้แล้วเราจะจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไรก็เหลืออยู่ทางเดียวเท่านั้น คือ ต้องรณรงค์ รณรงค์ และรณรงค์ ทั้งในสภาและนอกสภา ให้มันรู้ไปว่าถ้าคนทั้งประเทศจะขอเปลี่ยนแปลงทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับจะถูก ส.ว.250 คน นั่งขวางไว้แบบนี้ไม่ได้