เมื่อแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิกำลังจะถูกเปลี่ยนให้เป็นโรงงานน้ำตาลพ่วงโรงไฟฟ้า

กลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิด5
Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

วันที่ 30 มกราคม 2563 เวลา 10.30 น. ตัวแทนกลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษเดินทางไปยื่นหนังสือกับนายปราจิต แก้วลา นายอำเภอไพรบึง เพื่อให้ยับยั้งแผนการดำเนินโครงการโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 อ้อย/วันและโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 40 เมกะวัตต์

ที่มีแผนจะดำเนินโครงการในพื้นที่ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง และตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ และยังเรียกร้องให้นายอำเภอประกาศเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิของอำเภอด้วย

นายเอกลักษณ์ โพธิสาร กรรมการกลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า วันนี้ตัวแทนพี่น้องได้เดินทางมายื่นกับนายอำเภอไพรบึง ในประเด็นข้อเสนอและทางเลือกต่อกรณีโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล

ที่เคยให้ข้อมูลความเป็นจริงแล้วว่าพื้นที่เราไม่มีความเหมาะสมที่จะมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ เพราะส่วนใหญ่ชาวบ้านปลูกข้าวหอมมะลิเป็นหลัก และเรายังมีข้อเสนอต่อนายอำเภอคือ

1.ให้นายอำเภอไพรบึงทำหนังสือถึงบริษัทที่ปรึกษาฯในกรณี โครงการโรงงานผลิตน้ำตาล ของบริษัท เอเคเอ็น แอสโซซิเอท จำกัดขนาด 20,000 ตันอ้อย/วัน และโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงชีวมวล ของบริษัท กัญจน์สยามไบโอ เอนเนอร์จี จำกัด 40 เมกะวัตต์ โดยให้บริษัทไปดำเนินการจัดตั้งโรงงานในพื้นที่ซึ่งมีวัตถุดิบอ้อยจริงๆ เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ชาวไร่อ้อย เพราะพื้นที่ซึ่งกำลังผลักดันโครงการนั้นไม่มีความเหมาะสมตามเหตุผลข้างต้น

2.ให้นายอำเภอไพรบึงประกาศเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิของตำบลสำโรงพลัน ซึ่งทางกลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษยืนยันที่จะคัดค้านกระบวนการการดำเนินการของโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลให้ถึงที่สุดด้วยหลักของสันติวิธี เพื่อไม่ให้โรงงานมาสร้างในพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ

ด้านนายสิริศักดิ์ สะดวก ที่ปรึกษากลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ฝุ่น pm 2.5 นี้เป็นปัญหาต่อสุขภาพของคนที่อยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล แต่รัฐบาลยังจะมีแผนและนโยบายให้ดำเนินการขยายโรงงานในพื้นที่ภาคอีสานยิ่งจะทำให้สถานการณ์ฝุ่นที่เป็นมลพิษตั้งแต่ชาวไร่อ้อยที่เผาอ้อยตลอดจนกระบวนการรับซื้อและการผลิตของโรงงาน ที่หน่วยงานราชการหรือรัฐบาลไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการปัญหาเหล่านี้

ดังนั้นแผนการดำเนินการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง คาบเกี่ยวกับตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญนั้น ทางกลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษก็ยังเดินหน้าคัดค้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โรงงานไปดำเนินการในพื้นที่เหมาะสมจริงๆ ไม่ใช่พื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ

เพราะข้อมูลจากเกษตรอำเภอ มีตัวเลขการปลูกอ้อยในพื้นที่อำเภอไพรบึง 0 ไร่ อำเภอขุนหาญ 182 ไร่ อำเภอขุขันธ์ 661 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยที่มีคู่สัญญากับโรงงานอื่นอยู่แล้ว

ฉะนั้นตัวเลขสะท้อนให้เห็นชัดแล้วว่าปริมาณอ้อยมีอยู่อย่างจำกัดด้วยเงื่อนไขหลายเรื่องทั้งการลงทุน พื้นที่ไม่เหมาะสม แต่ทำไมถึงมีความพยายามผลักดันโครงการโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลให้เกิดขึ้นในเขตพื้นที่อำเภอไพรบึงและอำเภอขุนหาญ ที่ขัดแย้งกับบริบทพื้นที่อย่างสิ้นเชิงเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่ดำเนินวิถีชีวิตในการปลูกข้าวหอมมะลิ