เลื่อนเวทีฟังความเห็นโรงน้ำตาลแล้ว ‘กลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิด’ รุดแจงรัฐพื้นที่เหมาะปลูกข้าวหอมมะลิ

srisaket
Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 หน้าที่ว่าการอำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เวลา 10.00 น. กลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษและตัวแทนคณะกรรมการประชาชนคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล (คปน.)ภาคอีสาน กว่า 300 คน ได้เดินทางมาชุมนุมบริเวณที่ว่าการอำเภอไพรบึง

ตัวแทนชาวบ้านผลัดกันอภิปรายให้ข้อมูลนโยบายโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลก่อนยื่นหนังสือต่อ ‘ปราจิต แก้วลา’ นายอำเภอไพรบึง เพื่อให้ให้ยุติกระบวนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 ที่จะเกิดขึ้นและให้ยกเลิกการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้รับข้อมูลและไม่ได้มีส่วนร่วม

เวทีรับฟังความคิดเห็น ค.3 ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ซึ่งเป็นโครงการโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อย/วัน และโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 40 เมกะวัตต์ ที่อยู่ใกล้แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิของภาคอีสาน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 41 หมู่บ้าน 7 ตำบล 3 อำเภอ ทั้ง อ.ไพรบึง อ.ขุนหาญ และ อ.โพธิ์กระสังข์ จ.ศรีสะเกษ

‘เอกลักษณ์ โพธิสาร’ คณะกรรมการกลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษ ให้ข้อมูลว่าวันนี้จะมีการจัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียครั้งที่ 3 ต่อความคืบหน้าของการจัดทำร่างรายงานฯ ผลการศึกษาและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ของโครงการโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยทางบริษัทฯได้ขอใช้หอประชุมอำเภอไพรบึงในการจัดประชุม แต่ทางอำเภอไพรบึงไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่เนื่องจากอยู่ไกลจากรัศมี 5 กิโลเมตร

‘สิริศักดิ์ สะดวก’ คณะกรรมการประชาชนคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล (คปน.) ภาคอีสาน กล่าวว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียครั้งที่ 3 นั้น เป็นอีกโครงการ 1 ใน 29 โรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ตามโครงการประชารัฐ ซึ่งข้อสนอของชาวบ้านที่ออกมาคัดค้านในวันนี้คือ

1.ให้ยุติกระบวนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 และให้ยกเลิกการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ที่ผ่านมาด้วย เนื่องจากพื้นที่มีแผนผลักดันการดำเนินโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อย/วัน และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 40 เมกะวัตต์ ในขอบเขตพื้นที่ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง และตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ไม่มีความเหมาะสม

2.ให้ยกเลิกแผนผลักดันการดำเนินโครงการก่อสร้างโรงงานน้ำตาลขนาด 20,000 ตันอ้อย/วัน และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 40 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ตำบลสำโรงพลัน อำเภอไพรบึง และตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ

และเสนอให้บริษัทไปดำเนินการจัดตั้งโรงงานในพื้นที่ซึ่งมีวัตถุดิบอ้อย เพื่อประหยัดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ชาวไร่อ้อย และประกาศให้พื้นที่ตำบลสำโรงพลันเป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ ตลอดจนไม่ควรให้บริษัทมาดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในสถานที่ราชการและพื้นที่อื่นๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง

3.ให้ดำเนินการศึกษาสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment เพื่อประเมินศักยภาพของพื้นที่ทั้งภาคอีสาน

‘ปราจิต แก้วลา’ นายอำเภอไพรบึง จ.ศรีสะเกษ รับปากหลังจากรับหนังสือจากกลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิดจังหวัดศรีสะเกษว่า “จะนำหนังสือส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”

“ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถให้บริษัทใช้พื้นที่ของทางอำเภอนั้น เป็นเพราะว่าเขตอำเภอไม่ใช่เขตพื้นที่การก่อสร้างโรงงาน…ทางอำเภออยู่ตรงกลาง ไม่ได้เข้าข้างใคร เราพูดด้วยเหตุผล แต่การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นมันต้องอยู่ใกล้พื้นที่ และบริษัทเอกชนก็อ้างว่าไม่มีความพร้อม จึงทำให้การจัดเวทีต้องเลื่อนออกไปก่อน”

จากนั้นกลุ่มสำนึกรักษ์บ้านเกิดและเครือข่ายได้แยกย้ายกลับ หลังจากนี้จะมีการติดตามความคืบหน้าของโครงการโรงงานน้ำตาลและกระบวนการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อไป