ความเป็นมาโครงการโรงน้ำตาล – โรงไฟฟ้าชีวมวลภาคอีสาน

sugar-fatory
Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

ความเป็นมาโครงการโรงน้ำตาล – โรงไฟฟ้าชีวมวลภาคอีสาน

ปี 2558 กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) ได้จัดทำ แผนยุทธศาสตร์อ้อยและน้ำตาลทราย 10 ปี (พ.ศ.2558-2569) เพิ่มพื้นที่ปลูก 6 ล้านไร่ ภายในปี 2569 โรงงานน้ำตาลในภาคอีสาน จาก 20 โรงงาน เป็น 30 โรงงาน และอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่านั้น เกษตรแปลงใหญ่อ้อย ผู้รับผิดชอบโครงการ คือ หอการค้าไทยและกลุ่มมิตรผล กลุ่มเป้าหมายชาวไร่อ้อย อ.เมืองอำนาจเจริญ อ.เสนานิคม อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ครอบคลุมพื้นที่ 6 พันไร่ ขอนแก่น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bio Hub) 3 ปี พื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น 621,027 ไร่ พื้นที่ปลูกข้าวลดลง 2.51 ล้านไร่

ปี 2559 มติ ครม. วันที่ 5 ก.ค. 2559 และ 11 ต.ค. 2559 ครม. เห็นชอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมบูรณาการการดำเนินการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ และ เห็นชอบ แผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ พ.ศ. 2559-2564

แผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบเริ่มขับเคลื่อนโดยการแก้กฎหมายอย่างน้อย 5 ฉบับ อาทิ พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ.2527, พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535, พ.ร.บ.ส่งเสริมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.ผังเมือง พ.ศ. 2518
(ที่มา ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 5 – 8 มิถุนายน 2559)


ปี 2560 ภาครัฐ เอกชน 13 ราย และสถาบันการศึกษาและการวิจัย รวม 23 หน่วยงาน ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ความร่วมมือเพื่อการขับเคลื่อนการลงทุนอุตสาหกรรมชีวภาพในประเทศไทย ตามนโยบายประชารัฐ สู่การพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2560

หลังจากลงนามในเอ็มโอยูจะเป็นการศึกษาในรายละเอียดรูปแบบการลงทุน เจาะลึกในแต่ละโครงการ โดยเบื้องต้นคณะทำงานเสนอให้ประกาศพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่น 1,000 ไร่ บริเวณ อ.บ้านไผ่ เป็นพื้นที่นำร่อง ประกาศเป็น “เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเกษตร” เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bio Hub) เนื่องจากมีความพร้อมด้านพื้นที่ปลูกอ้อย แหล่งน้ำ แรงงาน เครือข่ายสถาบันการศึกษาในพื้นที่ และระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยงกับเพื่อนบ้าน

การลงทุนโครงการต่างๆ จะให้พื้นที่นี้ดำเนินการในรูปแบบระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี ที่มีพ.ร.บ.จัดตั้งเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกขึ้นมารองรับ เพื่อให้เกิดความสะดวกในระเบียบเงื่อนไขในการลงทุน

แผนการลงทุนในประเทศ 5 ปี (2560-2564) หลังได้รับใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล (สอน.) และได้ใบอนุญาตตั้งโรงงาน (รง.4) จาก กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทเตรียมเม็ดเงิน 20,000 ล้านบาท ตั้งโรงงานน้ำตาล 4 แห่ง ใน จ.อำนาจเจริญเป็นแห่งแรก และตามมาด้วย จ.ขอนแก่น จ.ร้อยเอ็ด และ จ.ชัยภูมิ ส่วนแผนขยายกำลังการผลิตอ้อย น้ำตาล และไฟฟ้าชีวมวล จะทำควบคู่กันโดยใช้งบลงทุนโรงงานละ 5,000 ล้านบาท บนพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ กำลังการผลิต 20,000 ตันต่อวัน/โรง โดยจะใช้พื้นที่ปลูกอ้อย 300,000-400,000 ไร่ต่อโรงงาน และจะเริ่มก่อสร้างภายในปลายปี 2559 หลังจากที่ทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) เสร็จภายใน 2 เดือนจากนี้ ทั้งนี้โรงงานน้ำตาลใหม่ทั้ง 4 แห่งจะยังไม่สามารถผลิตเอทานอลได้ ดังนั้นจึงจะส่งผลให้กลุ่มมิตรผล มีโรงงานน้ำตาลในประเทศไทยทั้งหมด 10 แห่ง รวมกำลังหีบอ้อย 20 ล้านตันต่อปี ผลิตเป็นน้ำตาล 2.3 ล้านตัน
(ที่มา www.skyscrapercity.com 18 ก.ค. 2559)

16 ม.ค. 2561 คสช.ออกคำสั่งที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นบังคับใช้กฎกระทรวง ตาม พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2518 ในกิจการที่เป็นส่วนหนึ่งของการผลิต ขนส่ง และระบบจ้าหน่ายพลังงานของกิจการ ตาม แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 – 2579

คำสั่ง คสช. ที่ 1/2561 เรื่อง การแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ
ข้อ 1 ให้ยกเว้นการใช้บังคับ (18) ของมาตรา 17 พรบ.อ้อยและน้ำตาลฯ 2527 เฉพาะในส่วนของการกำหนดราคาขายน้ำตาลทรายเพื่อใช้บริโภคในราชอาณาจักร ตั้งแต่ฤดูการผลิตปี 2560/2561 ถึงฤดูการผลิตปี 2561/2562 (ลอยตัวราคาน้ำตาล)
ข้อ 2 ให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งแก้ไขหรือปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยอ้อยและน้ำตาลทรายให้สอดคล้องกับแผนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายทั้งระบบ พ.ศ. 2559 – 2564

สถานที่ตั้งโรงงานน้ำตาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

แผนที่โรงงานน้ำตาลภาคอีสาน

จุดสีแดง คือ อันเดิมที่มีอยู่แล้ว 20 โรงงาน
ที่เหลือ คือ กำลังจะมาใหม่ 29 โรงงาน และเป็นโรงงานน้ำตาลพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้งหมด !!!

โรงงานน้ำตาลเดิมในภาคอีสาน 20 โรงงาน
1.โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์
2.โรงงานสหเรือง จ.มุกดาหาร
3.โรงงานน้ำตาลเกษตรผล จ.อุดรธานี
4.โรงงานน้ำตาลทรายขาวเริ่มอุดม จ.อุดรธานี
5.โรงงานน้ำตาลกุมภวาปี จ.อุดรธานี
6.โรงงานน้ำตาลไทยกาญจนบุรี (อุดรธานี) จ.อุดรธานี
7.โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลอีสาน จ.กาฬสินธุ์
8.โรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์
9.โรงงานน้ำตาลขอนแก่น จ.ขอนแก่น
10.โรงงานน้ำตาลมิตรภูเวียง จ.ขอนแก่น
11.โรงงานรวมเกษตรกรอุตสาหกรรม จ.ชัยภูมิ
12.โรงงานน้ำตาลระยอง (ชัยภูมิ) จ.ชัยภูมิ
13.โรงงานอุตสาหกรรมโคราช จ.นครราชสีมา
14.โรงงานอุตสาหกรรมอ่างเวียน (ราชสีมา) จ.นครราชสีมา
15.โรงงานน้ำตาลครบุรี จ.นครราชสีมา
16.โรงงานน้ำตาลวังขนาย จ.มหาสารคาม
17.โรงงานน้ำตาลสุรินทร์ จ.สุรินทร์
18.โรงงานน้ำตาลเอราวัณ จ.หนองบัวลำภู
19.โรงงานน้ำตาลขอนแก่น (วังสะพุง) จ.เลย
20.โรงงานรวมเกษตรกรอุตสาหกรรม (มิตรภูหลวง) จ.เลย *ครม.2554
2554/2558 สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้ออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลซึ่งผูกขาดด้วยผู้ประกอบการรายใหญ่ 6 กลุ่มสามารถตั้งโรงงานน้ำตาลใหม่ หรือย้ายหรือขยายกำลังผลิตไปตั้งยังที่แห่งใหม่ บวกกับโรงงานที่ได้รับอนุญาตตามมติ ครม. ปี 2554 รวมแล้วในภาคอีสานจะมีไบโอฮับเป็นศูนย์กลางในพื้นที่ฐานการผลิต และจะมีโรงงานน้ำตาลพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มขึ้น 29 โรงงาน ได้แก่กลุ่มมิตรผล 4 โรงงาน ได้แก่ บริษัทน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ (เสลภูมิ ร้อยเอ็ด) บริษัทน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ (อำนาจเจริญ) บริษัทน้ำตาลมิตรผล (บ้านไผ่ พื้นที่เป้าหมายไบโอฮับ) บริษัทน้ำตาลมิตรผล (เกษตรสมบูรณ์ ชัยภูมิ)กลุ่มเนตรจรัสแสง (อุตสาหกรรมน้ำตาลอีสาน) 3 โรงงาน ได้แก่ บริษัทอุตสาหกรรมกัญจน์สยาม(บุณฑริก อุบลราชธานี) บริษัทไตร อกริ กรุ๊ป (น้ำขุ่น อุบลราชธานี) บริษัทเอเคเอ็น แอสโซซิเอท (ไพรบึง/ขุนหาญ ศรีสะเกษ)กลุ่มน้ำตาลไทยกาญจนบุรี 3 โรงงาน ได้แก่ บริษัทไทยชูการ์ มิลกรุ๊ป (เซกา บึงกาฬ) บริษัทไทยชูการ์ มิลกรุ๊ป (ปลาปาก นครพนม) บริษัทไทยชูการ์ มิลกรุ๊ป (เชียงคาน เลย)กลุ่มไกรพิสิทธิ์กุล 3 โรงงาน ได้แก่ บริษัทวิวรรธน์การเกษตร (โพนพิสัย หนองคาย) บริษัทแอ๊บโซลูทปาล์ม (บึงกาฬ) บริษัทที.เค.เอช.ฟู้ดส์ โปรดักส์ (บ้านแพง นครพนม)กลุ่มอายิโนะทะการะ 3 โรงงานใน จ.บึงกาฬ ได้แก่ บริษัทยอดอาหาร บริษัทเพอร์มาเน้นท์ พาวเวอร์ บริษัทโรงงานน้ำตาลเกียรติไทยกลุ่มน้ำตาลพิมาย 2 โรงงาน ได้แก่ บริษัทโรงงานน้ำตาลสุรินทร์ (สังขะ สุรินทร์) บริษัทบรรจง มอเตอร์สปอร์ต (กันทรารมย์ ศรีสะเกษ)

บริษัทอุตสาหกรรมน้ำตาลบ้านไร่ (พิบูลมังสาหาร อุบล) ของ กลุ่มไทยรุ่งเรือง

บริษัทน้ำตาลครบุรี (สีคิ้ว นครราชสีมา) ของ กลุ่มน้ำตาลครบุรี

บริษัทน้ำตาลอุบล (เขมราฐ อุบลราชธานี) ของ กลุ่มอุบลเอทานอล

บริษัทอีสท์ ซี เอเซีย (สังคม หนองคาย) ของ นายโกศล โพธิสุวรรณ

บริษัทน้ำตาลไทยวัฒน์ (ชำนิ บุรีรัมย์) ของ กลุ่มวงศ์อารีย์สันติ

ส่วนโรงงานน้ำตาลที่ได้รับอนุญาตตามมติ ครม. ในปี 2554 จำนวน 6 โรงงาน ได้แก่
1. การขยายโรงงานตาม มติ ครม. วันที่ 1 มกราคม 2554
กลุ่มมิตรผล บริษัทรวมเกษตรกรอุตสาหกรรม นำกำลังการผลิต 8,000 ตันอ้อยต่อวัน ไปตั้งใหม่ที่ อ.วังสะพุง จ.เลย และขยายกำลังการผลิตเป็น 25,000 ตันอ้อยต่อวัน (โรงงานเปิดดำเนินการแล้ว)
กลุ่มไทยรุ่งเรือง บริษัทไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม นำเครื่องจักรที่มีกำลังการผลิต 2,000 ตันอ้อย/วัน ไปตั้งใหม่ที่ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร และขยายกำลังการผลิตเป็น 12,500 ตันอ้อย/วัน (กำลังก่อสร้าง)
กลุ่มน้ำตาลพิมาย KI บริษัทอุตสาหกรรมโคราช นำกำลังการผลิต 4,000 ตันอ้อย/วัน ไปตั้งใหม่ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และขยายกำลังการผลิตเป็น 12,500 ตันอ้อย/วัน
บริษัทน้ำตาลระยอง นำกำลังการผลิต 2,000 ตันอ้อยต่อวัน ไปตั้งใหม่ที่ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และขยายกำลังการผลิตเป็น 15,000 ตันอ้อย/วัน

2. การขยายโรงงาน ตามมติ ครม. วันที่ 26 เมษายน 2554 ได้แก่
กลุ่มน้ำตาลไทยกาญจนบุรี บริษัทน้ำตาลไทยกาญจนบุรี นำกำลังการผลิต 2,000 ตันอ้อยต่อวัน ไปตั้งใหม่ที่ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ และขยายกำลังการผลิต เป็น 20,000 ตันอ้อยต่อวัน นำเครื่องจักรไปตั้งใหม่และขยายกำลังการผลิต
บริษัทน้ำตาลเอราวัณ ขยายกำลังการผลิต จาก 20,117 ตันอ้อยต่อวัน เป็น 27,000 ตันอ้อย/วัน ต.นากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู (เอราวัณขยายกำลังผลิตเปิดดำเนินการแล้ว)