รศ.ดร.สมชัย ภัทรธนานันท์ l อีสาน : การเมืองการปกครอง พลวัตของชุมชน การจัดความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับนอกชุมชน 

somchai-phatananant
Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาได้นำอีสานเข้าไปสู่บริบทใหม่หลายอย่าง นโยบายเสรีนิยมใหม่สามารถนำมาใช้ได้ดีที่สุดในช่วงรัฐบาลเผด็จการ นโยบายหลายอย่างบรรลุผล เผด็จการทำหน้าที่เป็นหมอตำแย คลอดกฎหมายต่างๆ ภายใต้มาตรา 44 โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อม การยกเลิกกฎหมายผังเมือง การออกพรบ.แร่ พรบ.โรงงาน เป็นการสนับสนุนให้นายทุนสามารถดำเนินงานได้โดยสะดวก ทำให้เรื่องที่ยังเถียงกันอยู่ว่าถูกหรือผิดกฎหมาย ให้ถูกกฎหมายในที่สุด

ถ้าดูกฎหมายสำคัญที่ออกมานั้น ก็ครอบคลุมเกือบทุกมิติที่เราพูดกันมา (การจัดการที่ดิน, เกษตรพันธสัญญา ,Bio-Hub) กฎหมายเหล่านี้ตัดมือตัดเท้าประชาชน สิ่งที่จำเป็นต้องพูดถึง คือเรื่องการกระจายอำนาจ ประเด็นการกำหนดอนาคตตัวเอง อาจจะต้องกลับไปมองว่าเป็นเรื่องที่จะเป็นไปได้จริงไหมในช่วงบรรยากาศแบบนี้ โดยเฉพาะการที่ต้องมองชุมชนว่าไม่ได้อยู่เฉพาะตัวเอง แต่อยู่แบบเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบอื่นในสังคมด้วย การกระจายอำนาจยังต้องมองเรื่องเกี่ยวข้องกับภาษี ภาษีจะกลับมาสู่ท้องถิ่น ต้องมีกฎหมายรองรับในการให้ท้องถิ่นจัดการตัวเอง

อีกเรื่องที่สำคัญคือเรื่องผังเมือง ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นตัวกำหนดการดำเนินเนินการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น การตั้งโรงงานก็เกี่ยวข้องกับผังเมือง กฎหมายผังเมืองต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนด ถือเป็นเรื่องที่เป็นพื้นฐานที่จะรองรับการต่อสู้ของชาวบ้าน

รศ.ดร.สมชัย ภัทรธนานันท์ 
รศ.ดร.สมชัย ภัทรธนานันท์ 

ในเร็วๆ นี้ อีสานจะเป็นภูมิภาคที่จะเปลี่ยนไปมาก ปีนี้อีสานได้เงินลงทุนมากที่สุด แต่เม็ดเงินที่ลงมาถูกเอาไปใช้สร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อรองรับการเปิดเขตการค้าเสรี (AEC) ทั้งถนนสี่เลน ทางรถไฟ ระบบน้ำ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่ ไม่เคยมีมากก่อน เปลี่ยนนิยามให้อีสานจากที่เคยถูกมองว่าเป็นดินแดนห่างไกล กันดาร กลายเป็นภูมิภาคของการลงทุน แน่นอนว่าผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอีสานก็จะตามมาด้วย

ประเด็นสำคัญ เราต้องมองให้เห็นชุมชนเป็นเรื่องที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ใหญ่กว่า ชุมชนแบบที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมีอยู่ที่ไหน? การที่จะระดมคนเพื่อต่อสู้ โดยตัวชุมชนเองจะมีพลังในแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่? การเรียกร้องให้ชุมชนต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้จะเป็นไปได้ไหม? จึงจำเป็นที่ต้องมีการประสานระหว่างชุมชนและหน่วยงานที่ใหญ่กว่า เช่น เรื่องกฎหมายนโยบาย ประเทศที่มีสวัสดิการดูแลคนจน เป็นการต่อสู้เชิงนโยบายของคนส่วนใหญ่ในสังคม เกิดขึ้นได้ด้วยพลังของคนในสังคมที่เรียกร้องต่อสู้ จากชุมชนเล็กๆ ต้องเป็นชุมชนใหญ่ๆ ที่จะมีพลังในการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย

เวที “ร้อยพันปัญหา ตอน วงโสบทเฮียน มาร่วมเขียน Future Isan” …ว่าด้วยเกษตรพันธสัญญา, Bio-Hub, การจัดการที่ดินและนโยบายสาธารณะ โครงการขับเคลื่อนความรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมทางสังคม พื้นที่ภาคตะวันออกฉียงเหนื

21 พฤษภาคม 62 ณ วิทยาลัยการเมืองการปกครอง
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม