กรณีปัญหาเหมืองแร่ทองคำ : ชุมชนนาหนองบง อ.วังสะพุง จังหวัดเลย

loei-mining16
Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

ชุมชุมบ้านนาหนองบง ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

1.ประวัติศาสตร์ชุมชน

บ้านนาหนองบง เป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านอพยพมาจาก อำเภอด่านซ้าย ต่อมาย้ายมาอำเภอภูเรือ ต่อมาย้ายมาบ้านสวนอ้อย และย้ายมาบ้านปากดง และต่อมาเป็นบ้านหัวนาหม้อ เกิดโรคอหิวาตกโรค จึงย้ายมาที่บ้านนามะเฮียน และปี 2510 จึงย้ายมาที่บ้านหนองบง ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านนาหนองบง

ความเป็นมาของชื่อหมู่บ้านนาหนองบง เกิดจากชาวบ้านไปเลี้ยงควาย  และควายทำให้เกิดหลุม ภาษาลาวเรียกว่า (บวก) ต่อมาก็มีต้นบ่งเกิดขึ้นตามหลุมน้ำจำนวนมาก   ต้นบงเป็นต้นไผ่ชนิดหนึ่ง ชาวบ้านจะใช้ประโยชน์จากต้นบง โดยเก็บหน่อบงมากิน นำมาทำไม้ตอ เสา ดังนั้นหมู่บ้านชื่อนาหนองบง เพราะมีป่าบงเยอะ

หมู่บ้านนาหนองบงเริ่มมีสาธารณูปโภค คือไฟฟ้า เข้ามาในปี พ.ศ. 2525 และ  มีน้ำประปา เข้ามาปี พ.ศ. 2527 แต่ก่อนใช้น้ำโดยการตักน้ำตามแหล่งธรรมชาติ ใช้น้ำบ่อบาดาล ซึ่งบ้านนาหนองบง(คุ้มใหญ่)จะมีบ่อน้ำประมาณ 4 บ่อ และบ้านนาหนองบง(คุ้มเล็ก)ประมาณ 2 บ่อ

ในปี 2535 รัฐบาลรณรงค์ปลูกยางพารา นโยบายของรัฐ ในการพัฒนาสาธารณูปโภค และมีไฟฟ้า ประปา เข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในชาวบ้าน เมื่อมีไฟฟ้าก็ต้องซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกมากขึ้น และในปีเดียวกันบริษัททุ่งคำ ก็มีการสำรวจแร่ ในปี 2547 มีการสร้างเหมืองแร่ทองคำที่ภูทับฟ้า  ต่อมาในปี 2549 ก็ได้ดำเนินการประกอบกิจการ

แผนที่บ้านาหนองบง
ภาพถ่ายดาวเทียมหมู่บ้านนาหนองบง

2.ระบบนิเวศน์ชุมชนบ้านนาหนองบง

แผนที่บ้านนาหนองบง
ผังทรัพยากรบ้านนาหนองบง

แหล่งน้ำธรรมชาติ  บ้านนาหนองบงมีแหล่งน้ำธรรมชาติคือ มีห้วยดินดำ เป็นน้ำซับน้ำซึมแต่ในปัจจุบันน้ำได้เปลี่ยนทิศทาง มีน้ำซับที่ห้วยเหล็กแทนแต่ห้วยดินดำกลับแห้งแล้งไม่มีน้ำโดยไม่รู้สาเหตุ และมีห้วยลิ้นควาย ในอดีตใช้ประโยชน์ในการทำนา ทำเกษตร หาปูหาปลา แต่ในขณะนี้ก็ไม่มีน้ำเช่นกัน

แม่น้ำฮวย ใช้ในการผลิตน้ำประปาของหมู่บ้านกกสะท้อน ใช้ในการทำเกษตรกรรมและมีห้วยผุก อยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ในอดีตนำมาใช้ในการอุปโภคได้ แต่ปัจจุบันไม่สามารถนำมาใช้ได้เหมือนแต่ก่อน และนอกจากนั้นแต่ก่อนก็มีน้ำใต้ดินใช้ในการอุปโภค บริโภคได้

ป่า  บ้านนาหนองบง มีป่าไม้ จำพวกพืชตระกูลไผ่ 10 กว่าชนิด เช่น ไม้ไผ่หนาม ไม้หลาม ไม้เหี้ย  ไม้บง ไผ่ขม ไผ่ซอด ไม้ไร่ ไผ่หวาน ไผ่ตง  ชาวบ้านเรียกว่า ป่าซาง  ป่าบง ชาวบ้าน โดยมีการใช้ประโยชน์จากการหาหน่อไม้นำมาดอง ใช้ทั้งกินและขาย   และนำไม้มาทำบ้าน ทำตอกจักสาน และมีป่าจำพวก ไม้ประดู่ ไม้แดง  ปัจจุบันเหลือน้อย เพราะมีการโค่น เพื่อใช้ที่ในการปลูกยางพารา  ทำไร่

พื้นที่สาธารณะ  มีป่าช้า ตั้งอยู่ที่บริเวณภูทับฟ้า ในปี  2535 ได้ขายให้กับเหมืองแร่ และได้นำเงินไปสร้างเมรุ (ปัจจุบันเมรุชำรุดอยู่) มีสระหนองค้า  ใช้สำหรับไว้เลี้ยงปลา และมีวัดป่า โดยน้องๆ เยาวชนได้ใช้เป็นที่ประชุม และใช้ในการ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

ภูผู้เฒ่า อยู่ทิศตะวันตกของหมู่บ้าน เป็นป่าที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น หาหน่อไม้

ร่องห้วยผุก  เป็นแหล่งหากินของชาวบ้าน โดยการจับสัตว์น้ำมาบริโภค แต่ปัจจุบันชาวบ้านไม่กล้าที่จะจับปลามากิน โดยชาวบ้านให้ความเห็นว่า ห้วยผุกมีการปนเปื้อนของสารเคมีที่ปล่อยมาจากเหมืองแร่ทองคำ

3.เศรษฐกิจชุมชน

ในอดีตชาวบ้านมีการร่อนทอง ตามห้วยสายหลักในหมู่บ้าน และต่อมาก็มีการปลูกฝ้าย ซึ่งทำให้ชาวบ้านเริ่มมีหนี้สิน ต่อมามีการทำสวนยางพารา ทำนา ทำไร่ถั่วเหลือง ถั่วดำ เป็นเกษตรหมุนเวียน ทำนาเสร็จก็ทำถั่วเหลือง เก็บเกี่ยวเองมีการลงแขก  เนื่องจากค่าจ้างแพง ทำให้มีการลงแขกอยู่เป็นระบบเครือญาติ  มีการ ขายลอตเตอรี่ทั้งหมู่บ้าน เริ่มขายลอตเตอรี่ในปี 2540

การกู้ยืมเงินกู้เงินจาก ธกส. สหกรณ์การเกษตร หนี้นอกระบบ ธนาคาร กองทุนหมู่บ้าน นำมาใช้จ่ายในครอบครัว ส่งลูกเรียน และนำมาลงทุนทำเกษตร เพราะขาดทุน  ผลผลิตไม่ดี  จึงจำเป็นต้องไปกู้เงินมาใหม่เพื่อลงทุนในทุก ๆ ปี โดยเฉพาะยางพารา ต้องกู้เงิน ซื้อต้นกล้า  ซื้อปุ๋ยเคมี  ยาฆ่าหญ้า ทำให้ ต้นทุนสูง

รายได้ของชาวบ้านนาหนองบง มาจากการขายผลผลิตทางการเกษตร กรีดยาง ขายลอตเตอรี่ รับจ้าง และมีรายจ่าย ค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน ค่าอุปกรณ์ทางการเกษตร  ฯลฯ

4.พัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของชุมชน

ปี 2523 มีไฟฟ้าเข้ามา ทำให้มีการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวก เช่น หลอดไฟ  โทรทัศน์  พัดลม วิทยุ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า หม้อหุงข้าว ซีดี กาต้มน้ำ คอมพิวเตอร์ กระทะไฟฟ้า เตารีด   และเสียค่าไฟฟ้า ทำให้เกิดรายจ่ายเพิ่มขึ้น และในปี 2525 มีประปาเข้ามา

ปี 2535 ภาครัฐเข้ามาส่งเสริมการปลูกยางพาราพร้อมกับการสำรวจเหมืองแร่ ต้องซื้อปุ๋ยเคมีปรับปรุงดิน ตัดต้นไม้มีทั้งป่าไผ่และไม้ยืนต้น ซื้อต้นกล้ายางเปลี่ยนจากไร่ลูกเดือยเป็นสวนยาง มีการตัดไม้ถางป่าเพื่อปลูกยาง ใช้ยาฆ่าหญ้า ซื้อเครื่องตัดหญ้าและน้ำมัน อุปกรณ์แปรรูปยาง แบตเตอรี่ ป่าซางถูกทำลาย ทำให้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนไป ผลที่เกิดขึ้นทำให้เป็นหนี้และทำให้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนไป

ปี 2547 บริษัทเข้ามาสร้างเหมือง เกิดฝุ่นละออง มีระเบิดเสียงดัง

ปี 2549 เริ่มมีการทำเหมือง มีการระเบิดหน้าดิน ขุดเจาะและถลุงแร่ทำให้เกิดฝุ่น มีกลิ่นเหม็น มีสารเคมีปนเปื้อน  ป่าไม้หาย  น้ำใช้ไม่ได้และมีชาวบ้านติดสารเคมี สัตว์น้ำกินไม่ได้ ส่งผลกระทบให้ระบบนิเวศน์เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน

5.ประเด็นปัญหาของชุมชน

เหมืองแร่ทองคำ ของบริษัททุ่งคำ จำกัด บริษัทในเครือของบริษัททุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด(มหาชน) เกิดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมการขยายตัวของอุตสาหกรรม โดยหวังผลให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจประเทศ ในส่วนของเหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลย ถูกผลักดันผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2530 ซึ่งเห็นชอบให้มีการสำรวจและพัฒนาแร่ทองคำที่พบในหลายพื้นที่ของประเทศไทย และต่อมาเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2532 ได้มีมติเพิ่มเติม มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ออกอาชญาบัตรผูกขาดการสำรวจแร่ อาชญาบัตรพิเศษ และประทานบัตรสำหรับการสำรวจและการทำเหมืองแร่ทองคำในพื้นที่จังหวัดเลย จังหวัดหนองคายและพื้นที่บริเวณใกล้เคียง

กิจการเหมืองแร่ทองคำในตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2549 หลังจากบริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้รับประทานบัตรการทำเหมืองแร่ ระยะแรกบนภูทับฟ้าในปี พ.ศ. 2545

แผนที่เหมืองแร่ทองคำ จ .เลย
แผนที่แสดงที่ตั้งเหมืองแร่ทองคำ

ช่วงต้นปี พ.ศ.2551 เกิดการร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงพื้นที่เหมือง ในนามกลุ่ม “ฅนรักษ์บ้านเกิด” ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย  ว่าได้รับความเดือดร้อนและขอให้มีการตรวจสอบผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกิจกรรมเหมือง ทำให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ต้องเข้าตรวจสอบปัญหา พบว่าทางบริษัทไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตประกอบโลหะกรรมที่ 1/2549 และไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามรายงาน EIA อาทิเช่น  ปล่อยให้มีไซยาไนด์เจือปนในกากแร่ก่อนนำไปเก็บในบ่อเก็บกากแร่  สูงเกินกว่าค่าที่กำหนดไว้ในรายงาน EIA  ซึ่งถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510  กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จึงดำเนินการให้มีการเปรียบเทียบปรับตามบทกำหนดโทษ และมีคำสั่งให้บริษัทดำเนินการแก้ไขปรับปรุงในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการตรวจวัดการปนเปื้อนของสารพิษในสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหน่วยงานด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และสถาบันวชาการหลายแห่ง  รวมทั้งได้เคยมี มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554 ให้เร่งหาสาเหตุการเกิดสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม และให้มีการประเมินความคุ้มค่าของฐานทรัพยากรและค่าภาคหลวงแร่กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน รวมถึงให้มีการประเมินผลกระทบทางสุขภาพในพื้นที่ แต่ยังคงไม่มีข้อสรุปชี้ชัดว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม การปนเปื้อนของสารโลหะหนักและสารอันตรายในพื้นที่ใกล้เหมือง รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมตลอดจนความเจ็บป่วยของประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบซึ่งพบมากขึ้นในปีต่อๆ มานั้น มีสาเหตุมาจากอะไร และไม่อาจจะนำไปสู่การแก้ปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาได้อย่างเป็นรูปธรรม

เหมืองแร่ทองคำ จ.เลย
บริเวณภายในพื้นที่เหมืองแร่ทองคำ อ.วังสะพุง จ.เลย

ความเรื้อรังของปัญหาที่ไม่ได้รับการแก้ไข ได้พัฒนาเป็นความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นระหว่างประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนกับฝ่ายผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำ  ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดความไม่ไว้วางใจ เสื่อมศรัทธา ต่อหน่วยงานภาครัฐซึ่งมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ จนเกิดการชุมนุมต่อต้านจากประชาชน ซึ่งตามมาด้วยการใช้ความรุนแรงทั้งโดยภาครัฐและเจ้าของกิจการ โดยเฉพาะเหตุการณ์กลุ่ม “บุคคลนิรนามชุดดำ” ที่บุกเข้าทำร้ายร่างกาย กักขัง หน่วงเหนี่ยว สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ในคืนวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 อีกยังบริษัทยังมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับประชาชนกลุ่มคัดค้านเหมืองแร่อีกไม่ต่ำกว่า 30 คดี

6.ลำดับเหตุการณ์สำคัญ กรณีปัญหาเหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลย

ปี 2549

  • บริษัททุ่งคำจำกัดเริ่มเปิดดำเนินกิจการเมืองทองอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน หลังเปิดดำเนินการได้ไม่นาน มีการร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ ถึงความเดือดร้อนและผลกระทบจากสารโลหะหนักและสารอันตรายประเภทอื่น ที่แพร่กระจายออกมาปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
  • 12 ธันวาคม 2549 จังหวัดเลย ได้มีคำสั่งที่ 2854/2549 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและกำกับดูแลการทำเหมืองแร่และการประกอบโลหกรรมของ บริษัท ทุ่งคำ เพื่อกำหนดแผนและวิธีการกำกับดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยที่เกิดจากเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดเลย

ปี 2550

  •  19 กุมภาพันธ์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ตรวจพบว่าบริษัท ทุ่งคำ ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตประกอบโลหกรรมที่ 1/2549 และเงื่อนไขรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยปล่อยให้มีสารไซยาไนด์เจือปนในกากแร่ก่อนนำไปเก็บในบ่อเก็บกากแร่สูงถึง 62 ppm ซึ่งใน EIA กำหนดไว้เพียง 2 ppm ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติแร่ปี 2510 จึงมีคำสั่งให้เปรียบเทียบปรับตามบทกำหนดโทษและขอสั่งให้บริษัททุ่งคำลดปริมาณไซยาไนด์เจือปนในกากแร่ลง ให้เหลือไม่เกิน 200 ppm ภายในวันที่ 20 มีนาคม 2550
  • เดือนธันวาคม โรงพยาบาลวังสะพุงได้ดำเนินการเจาะเลือดประชาชนในหมู่บ้านรอบบริเวณเหมืองแร่ทองคำ ได้แก่ บ้านนาหนองบง บ้านกกสะทอน บ้านภูทับฟ้า บ้านห้วยผุก บ้านโนนผาภูมิพัฒนา บ้านแก่งหิน ตำบลเขาหลวง จำนวน 279 คน เพื่อสุ่มตรวจหาสารไซยาไนด์ ซึ่งต่อมาโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้แจ้งผลการตรวจว่าพบ สารไซยาไนด์ในเลือดของประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 54 ราย และพบว่ามีสารให้เกินค่ามาตรฐาน 20 คน

ปี 2551

  • 20 เมษายน  กลุ่ม “ฅนรักษ์บ้านเกิด”  ซึ่งเป็นการรวมตัวของประชาชน 6 หมู่บ้าน ในตำบลเขาหลวงอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ที่ได้รับผลกระทบจากของแร่ทองคำได้ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อร้องเรียนถึงข้อวิตกกังวลและความเดือดร้อนที่ได้รับจากเงินทองคำ อาทิเช่น สารไซยาไนด์ในแหล่งน้ำสาธารณะ ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ สารพิษในร่างกาย มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง อันตรายจากการใช้ถนนร่วมกับรถบรรทุกแร่ และความหวาดกลัวเรื่องสารพิษรั่วซึมจากบ่อเก็บกากแร่
  • 20 มิถุนายน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 5 คน เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันว่า ได้ถูก พล.อ. กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ กรรมการบริหาร บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ และกรรมการบริหารบริษัท ทุ่งคำ จำกัดข่มขู่ว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย  เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2551 บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเลย

ปี 2552

  • 4 กุมภาพันธ์  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย (สสจ.เลย) ได้ออกประกาศฉบับที่ 1/2552  เตือนให้ประชาชนระมัดระวังการใช้น้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย  เนื่องจาก ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ในระหว่างวันที่ 23 ถึง 25 มิถุนายน 2551 นั้นพบว่า มีสารหนูในน้ำห้วยเหล็ก เขตพื้นที่บ้านกกสะทอน หมู่2 พบสารแมงกานีสในลำห้วยผุก ในเขตพื้นที่บ้านนาหนองบง หมู่3 และพบสารแคดเมียมในระบบประปาบาดาลบ้านนาหนองบง (คุ้มน้อย) โดยสารเหล่านี้ปนเปื้อนในแหล่งน้ำดังกล่าว สูงเกินค่ามาตรฐานน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน  ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนผู้ใช้น้ำ เพื่ออุปโภคและบริโภค
  • 10 กุมภาพันธ์ หลังประกาศของ (สสจ.เลย) ผู้ใหญ่บ้านหนองบงได้ออกประกาศห้ามประชาชนใช้น้ำโดยเด็ดขาด เว้นแต่การอาบและถูบ้านเท่านั้น และมีหนังสือแจ้งให้นายก อบต. ตำบลเขาหลวง จัดหางบประมาณย้ายประปาหมู่บ้าน โดยขุดเจาะบ่อบาดาลแห่งใหม่และซื้อเครื่องกรองสารเคมีในน้ำประปา
  • 19 พฤษภาคม กลุ่มคนรักบ้านเกิดมีหนังสือที่ อร 0027/2552 ถึงนายก อบต.เขาหลวง และผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เรื่อง คัดค้านประทานบัตรเพื่อเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าลุ่มน้ำชั้น 1A (ภูเหล็ก) และคัดค้านการขยายพื้นที่ทำเหมืองแร่ทองคำ

ปี 2553

  • เดือนมีนาคม สสจ.เลย ได้ออกประกาศฉบับที่ 1/2553 แจ้งให้ประชาชนลดบริโภคหอยขมที่เก็บจากลำห้วยเล็กตำบลเขาหลวงอำเภอวังสะพุงจังหวัดเลยเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพอนามัยเนื่องจากผลตรวจวิเคราะห์พบว่าหอยขมที่เก็บจากบริเวณต้นน้ำห้วยเหล็กมีปริมาณสารหนูสูงเกินค่ามาตรฐาน (8.06 มิลลิกรัม/กิโลกรัม)

ปี 2554

  • 8 กุมภาพันธ์ คณะรัฐมนตรีมีมติเรื่อง “รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีราษฎรร้องทุกข์เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำภูทับฟ้า ของบริษัททุ่งคำ จำกัด  ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย”  โดยมีมติให้กระทรวงอุตสาหกรรมชะลอการขยายพื้นที่ใหม่หรือการขอประทานบัตรของบริษัททุ่งคำจำกัดแปลงที่ 104/2538 และแปลงอื่นๆไว้ก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุปของสาเหตุการเกิดสารปนเปื้อน และให้ประเมินความคุ้มค่าระหว่างทรัพยากรธรรมชาติสุขภาพและวิถีของประชาชน กับค่าภาคหลวงที่รัฐจะได้รับ
  • 15 มีนาคม สปก.จังหวัดเลย ได้มีหนังสือที่ ลย 0011/247 แจ้งเตือนให้บริษัททุ่งคำชำระค่าตอบแทนการใช้ที่ดินส่วนที่ 2 จำนวน 90,460,884.02 บาท ภายในวันที่ 4 เมษายน 2554 โดยระบุว่าเป็นหนังสือแจ้งเตือนฉบับที่ 21 และเป็นครั้งสุดท้าย
  •  27 เมษายน คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดเลยได้มีมติเพิกถอนหนังสือยินยอมให้เข้าใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินกี่ฉบับ
  •  29 เมษายน สปก. จังหวัดเลยมีหนังสือที่ ลย 0011/452 แจ้งให้บริษัททุ่งคำจำกัดค่าตอบแทนการใช้ที่ดินเพิ่มอีก 8,525,538.90 บาท รวมเงินค้างชำระ 98,986,422.92 บาท
  •  4 พฤษภาคม สปก. จังหวัดเลย มีคำสั่งให้บริษัททุ่งคำจำกัดออกจากที่ดินและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 60 วัน

ปี 2555

  • 26 ตุลาคม ประชาชนในพื้นที่ได้ร้องเรียนให้มีการตรวจสอบการก่อสร้างกรณีสันเขื่อนคันดินด้านทิศเหนือของบ่อเก็บกากแร่ ทรุดตัวทางด้านนอกของบ่อ จนทำให้น้ำล้นและกัดเซาะจนคันดินขาดและน้ำที่อยู่ในบ่อเก็บกากแร่ไหลลงสู่บ่อเก็บน้ำธรรมชาติด้านทิศเหนือ
  •  5 พฤศจิกายน สอจ.เลย มีหนังสือแจ้งให้บริษัททุ่งคำหยุดการทำเหมืองและดำเนินการแก้ไขปัญหาจนกว่าจะได้ข้อยุติ
  • 23 ธันวาคม บริษัททุ่งคำ จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อประกอบคำขอประทานบัตรการทำเหมืองแร่ทองคำแปลงที่ 104/2538 (ภูเหล็ก) ณ ห้องประชุมศาลาประชาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย โดยมีกองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 2000 นาย ปิดกั้นไม่ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบบริเวณแร่ทองคำ ในนามกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดกว่า 700 คน เข้าร่วมเวที นอกจากนี้ยังมีการปิดกั้นถนนรอบบริเวณศาลากลาง ศาลาประชาคม ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ด้วยรถบรรทุกของบริษัททุ่งคำ จำกัด ซึ่งลอกสติ๊กเกอร์บริษัทออก แต่ยังสามารถเห็นรอยได้ชัดเจน
  • 26 ธันวาคม ใบอนุญาตให้ใช้ที่ดินในป่าสงวนแห่งชาติ ป่าโคกภูเหล็ก แปลงประทานบัตรที่ 26968/115574,26969/15575,26970/15576,26971/15558 ซึ่งออกให้คราวละ 10 ปี ของบริษัททุ่งคำ ได้หมดอายุลง ซึ่งบริษัทอ้างว่าได้หยุดกระบวนการหน้าเหมืองแล้ว เนื่องจากยังไม่ได้รับใบอนุญาตการต่ออายุใช้พื้นที่ป่า

ปี 2556

  • 25 มีนาคม บริษัท ทุ่งคำ ซ่อมแซมเขื่อนบ่เก็บกากแร่เสร็จและสามารถกลับมาผลิตทองคำและหัวแร่ทองแดงจากแร่ที่ขุดกองไว้ภายในเขตสามารถทานได้ต่อ
  • 3 สิงหาคม ประชาชน 6 หมู่บ้านรอบเหมือง ประกาศใช้ระเบียบชุมชนฯ ห้ามรถบรรทุกหนักเกิน 15 ตันและรถขนสารเคมีอันตรายวิ่งผ่านชุมชน
  •  7 กันยายน ประชาชน 6 หมู่บ้านรอบเมือง ร่วมกันก่อสร้างกำแพงใจ เพื่อปิดกั้นไม่ให้มีการขนส่งสารเคมีและทองคำออกจากโรงแต่งแร่ แต่ยังคงเปิดเส้นทางสัญจรเข้าออกสำหรับคนงานและเจ้าหน้าที่
  •  8 กันยายน บริษัททุ่งคำจัดเวที Public scoping ประกอบคำขอประทานบัตรแปลง 76/2539 (นาโป่ง) ขึ้นที่วัดโพนทอง ตำบลนาโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดเลย  โดยมีกองกำลังทหารและตำรวจกว่า 600 นาย มา 6 หมู่บ้านรอบเหมืองแร่ทองคำในนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นและมหาวิทยาลัยสารคาม รวมประมาณ 800 คนเข้าร่วมเวที

ปี 2557

  • 24 มกราคม ได้มีการจัดทำประชาคมหมู่บ้าน เรื่อง ขอซ่อมแซมถนนเพื่อการเกษตร โดยบริษัททุ่งคำ จัดขึ้นที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเล้า หมู่ 3 ตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย  โดยประชาชนทั้งหมดที่เข้าร่วมได้ลงมติว่า “ไม่รับ ไม่เห็นด้วย และไม่เอาเหมืองแร่ทองคำ” ทั้งนี้ประชาชนที่มาลงมติได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า  การทำประชาคมครั้งนี้ คือ บริษัทต้องการจะใช้ถนนภายในหมู่บ้านเพื่อขนส่งสารเคมีที่ใช้ในการแต่งแร่และขนส่งแรกออกไปขาย เนื่องจากถนนอีกเส้นหนึ่งที่ทางเหมือนใช้อยู่เดิม ได้ถูกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ออกระเบียบชุมชนห้ามผ่าน
  • 4 กุมภาพันธ์ นายปราโมทย์ ปันสิทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัททุ่งคาฮาเบอร์ ได้ยื่นข้อเสนอผ่านทางทนายความว่า จะแบ่งหุ้น 20 เปอร์เซ็นต์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่  จะผลิตทองคำโดยไม่ใช้ไซยาไนด์ จะให้ประชาชนในพื้นที่เข้าตรวจสอบการดำเนินกิจการเหมืองแร่ได้ตลอดเวลา และจะแบ่งผลกำไรในรูปของกองทุน ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้มีการจัดแถลงข่าวที่หน้าศาลจังหวัดเลย ตอบโต้โดยปฏิเสธข้อเสนอทั้ง 4 ข้อ และยืนยันต่อสู้เพื่อให้ “ปิดเหมือง ฟื้นฟู”
  • 24 เมษายน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สอจ.เลย และนายก อบต.เขาหลวง เพื่อร้องเรียนกรณีการละเมิดสิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน และกรณีปัญหาการข่มขู่คุกคามในหมู่บ้าน
  • 15 พฤษภาคม ได้เกิดเหตุการทำร้ายประชาชนในพื้นที่ ในระหว่างที่บริษัททุ่งคำ ทำการขนย้ายแร่  ในช่วงคืนวันที่ 15 ถึงเช้าวันที่ 16 พฤษภาคม 2557  โดยใช้รถบรรทุกจำนวน 15 คัน และกำลังชายฉกรรจ์พร้อมด้วยอาวุธ คุ้มกันรรถคันแร่ ทำลายกำแพงชุมชน และทำร้ายประชาชนบาดเจ็บหลายสิบราย ก่อนที่จะขนย้ายออกไปได้จำนวนประมาณ 300 เมตริกตัน
  • 16 พฤษภาคม กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจภูธรวังสะพุง พร้อมทางออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงทำร้ายประชาชน พร้อมทั้งแจ้งความเอาผิดกับ พลตำรวจเอกสมชาย สีคำแดง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธวังสะพุง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และเรียกร้องให้ย้ายออกนอกพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากไม่สนใจให้ความช่วยเหลือขณะเกิดเหตุความรุนแรงในคืนที่ผ่านมา
  • 22 พฤษภาคม กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด มีจดหมายเปิดผนึกถึง ผบ.ทบ. ผบ.ตร. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กพร. สอจ.เลย ผกก.สภ.วังสะพุง นายก อบต.เขาหลวง และคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
  • 22 พฤษภาคม รัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.)

7.สถานการณ์ปัจจุบัน

13 ธันวาคม 2561 ศาลจังหวัดเลย พิพากษาสั่งบริษัทเหมืองแร่ทองคำ ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทั้งในและนอกเหมือง โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดจนกว่าสิ่งแวดล้อมจะกลับสู่สภาพเดิมตามมาตรฐานราชการ  และเยียวยาค่าเสียหายผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำ ให้กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ครอบครัวละ 104,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 จำนวน 149 ครอบครัว และปัจจุบันบริษัททุ่งคำ จำกัด อยู่ในสถานะล้มละลาย

8.ข้อเสนอ

ปัจจุบันปี 2562 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด กำลังการเตรียมผลักดันแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสุขภาพฉบับประชาชน  เพื่อนำร่องแผนการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หลังจากถูกทำลายมา