ปัญหาแล้งซ้ำซาก : บทสะท้อนความล้มเหลวบริหารจัดการน้ำ

DSC02897
Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

สำรวจการบริหารจัดการน้ำภาคอีสาน เมื่อมีเขื่อนแล้วทำไมฤดูแล้งน้ำจึงแห้งไม่พอใช้ และเมื่อถึงฤดูฝนก็น้ำยังท่วมอยู่

วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 อีสานใหม่สำรวจข้อมูลน้ำภาคอีสาน พบว่ามีเขื่อนกักเก็บน้ำทั้งหมด 12 เขื่อน สามารถกักเก็บน้ำได้ 8,368 ล้าน ลบ.ม. ในปี 2562 เกิดขาดแคลนน้ำทั้งภูมิภาค ปัจจุบันมีน้ำใช้ทั้งภูมิภาคเพียง 2,648 ล้าน ลบ.ม. สำหรับพื้นที่วิกฤตมากที่สุดคือ “เขื่อนอุบลรัตน์” จ.ขอนแก่น

คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ หรือ Thaiwater.net ได้จัดเก็บข้อมูลเชิงสถิติและรายงานผลผ่านเว็บไซต์ พบว่าเขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำในอ่างพียง 570 ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 23 มีปริมาณน้ำใช้ได้จริง -11.46 ลบ.ม. เท่านั้น ซึ่งเป็นน้ำก้นอ่างและไม่สามารถระบายเพิ่มเพื่อการเกษตรได้ในระยะนี้

ขณะเดียวกันนั้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ.ต้องรักษาระดับปริมาณน้ำในเขื่อนให้เหลือไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 24 ของความจุอ่าง แต่ปริมาณน่ำล่าสุดวันนี้อยู่ที่ร้อยละ 23 ความจุอ่างเท่านั้น เพราะถ้าหากมีการระบายน้ำออกไปจนเกิดการติดลบมากๆ ก็จะเกิดปัญหากับสันเขื่อนที่เป็นแกนดินเหนียวได้เช่นกัน

เห็นได้ชัดว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ต้องบริหารจัดการกันอย่างทุลักทุเล รัฐต้องงัดมาตรการทุกรูปแบบให้ชาวนายุติการทำนาปรัง และหันไปส่งเสริมการเพาะปลูกพืชทางเลือกต่างๆ ที่ใช้ปริมาณน้ำน้อยที่สุด ลำพังแค่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำก็แย่อยู่แล้ว เมื่อไม่มีน้ำให้ทำนาอีกก็ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลงไป

สิ่งที่ยังเป็นเรื่องค้างคาใจประชาชน นั่นคือ กฎเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำที่ภาครัฐอ้างถึงการประเมินระดับน้ำทุกวันตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์อย่างครบถ้วน แต่ประเทศไทยก็ยังเกิดปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งเรื่อยมา

เขื่อนอุบลรัตน์
น้ำทั้ง 2 ฝั่ง ของเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น