ไทม์ไลน์การต่อสู้กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ

bamnetnarong01
Share on facebook
Share on twitter
Share on email
Share on print

ไทม์ไลน์การต่อสู้กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ : กรณีปัญหาเหมืองแร่โปแตชพ่วงโรงไฟฟ้าชีวมวล

ปี 2516-2526

  • กรมทรัพยากรธรณีสำรวจโปแตชและเกลือหินอีสาน

21 ก.ค.2519

  • รัฐบาลไทยเสนอโครงการเกลือหินและโซดาแอชเป็นอุตสาหกรรมอาเซียน

ปี 2521

  • รมต.เศรษฐกิจของอาเซียนมีมติเห็นชอบโครงการเกลือหินและโซดาแอชเป็น โครงการอุตสาหกรรมอาเซียน

ปี 2523

  • ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเชื้อเชิญเอกชนยื่นสิทธิบัตรสำรวจและผลิตแร่โปแตชในภาคอีสาน

ปี 2524

  • โครงการสำรวจแร่โปแตชในภาคอีสานถูกสั่งระงับการสำราจ เพื่อให้เอกชนมาลงทุนแทน

ปี 2532

  • 28 ม.ค.2532 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียนเพื่อทดแทนโครงการอุตสาหกรรมผลิตเกลือหินและโซดาแอช ที่ถูกยกเลิกไปเพราะรัฐบาลไม่มีเงินลงทุนในการดำเนินงาน

ปี 2535

  • ธ.ค.2535 รมต.อาเซียนมีมติให้ความเห็นชอบโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เป็นโครงการอุตสาหกรรมอาเซียน

ปี 2546

  • 1 ม.ค.2546 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2545 มีผลบังคับใช้ แก้ไขเรื่องการทำเหมืองแร่ใต้ดินเพื่อรองรับการทำเหมืองแร่ภาคอีสาน

ปี 2547

  • 8 ส.ค.2547 รมต.อุตสาหกรรมมีแนวทางที่จะไม่สนับสนุนเหมืองแร่โปแตชอาเซียน

ปี 2548

  • 12 เม.ย.2548 รมต.อุตสาหกรรม(หลังการเลือกตั้ง 6 ก.พ.2548) ประกาศเดินหน้าโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเชียน หลังดึงนักลงทุนชาวจีนเข้าร่วมทุน

ปี 2557

  • หลังรัฐประหาร รมต.อุตสาหกรรมประกาศเดินหน้าผลักดันโครงการเหมืองแร่โปแตชอีสาน 42 แห่ง ใน 10 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ 3.5 ล้านไร่ (ที่มา: สำนักข่าวอิศรา http://www.isranews.org/isranews-scoop/item/40041-kcl.html)
  • แผนพัฒนาจังหวัดชัยภูมิ พ.ศ.2557-2560 กำหนดกลยุทธ์แนวทางการพัฒนาในช่วงปี พ.ศ.2557-2560 ที่เกี่ยวข้องกับโครงการเหมืองแร่โปแตชไว้ ในข้อ 2.3 พัฒนาและส่งเสริมการทำเหมืองแร่โปแตช และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

ปี 2558

  • 6 ก.พ.2558 กระทรวงอุตสาหกรรมออกประทานบัตรเลขที่ 31708/16118 โครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน ให้แก่บริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด(มหาชน)(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน)) ครอบคลุมพื้นที่ 9,700 ไร่ มูลค่าการลงทุนกว่า 4 หมื่นล้านบาท มีอายุประทานบัตร 25 ปี   โดยสามารถผลิตปุ๋ยโพแทสเซียมคลอไรด์ได้ประมาณ 1.1 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ตลอดระยะเวลา 25 ปี จะสามารถผลิตปุ๋ยได้ประมาณ 17.33 ล้านตัน  ด้าน สัดส่วนการถือหุ้นบริษัทจะประกอบด้วย กระทรวงการคลัง 24.17% กรมธนารักษ์ 11.50% บมจ.บางจาก 11.32% ประเทศอินโดนีเซีย 9.81% มาเลเซีย 9.81% กลุ่มไทย-เยอรมัน ไมนิ่ง 22.46% อาซาฮี 1.84% เครือเจริญโภคภัณฑ์ 0.80% บรูไน ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ประเทศละ 0.75% โดยรวมแล้วฝ่ายไทยถือหุ้นสูงสุด 67.30% ประเทศสมาชิกอาเซียน 21.87% และอื่นๆ 10.83%
  • 2 มี.ค.2558 บมจ.บางจาก ผู้ถือหุ้น 11.32% ออกข่าว “เตรียมชงบอร์ดขายหุ้นโปแตช หวั่นแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ตก-ราคาปุ๋ยดิ่งไม่คุ้มการลงทุน” ด้วย 3 เหตุผลหลักคือ  1) สถานการณ์ราคาโปแตชเปลี่ยนมากจากช่วงที่ตัดสินใจลงทุน ราคาปรับจาก 500 เหรียญสหรัฐ/ตัน เป็น 700 เหรียญสหรัฐ/ตัน ล่าสุดลงมาอยู่ที่ 300 เหรียญสหรัฐ/ตัน อาจจะไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน  2) เป้าหมายของบางจากที่เข้ามาลงทุนต้องการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จะได้นำเสนอเทคโนโลยี Solution Mining หรือการอัดน้ำลงไปใต้ดินเพื่อละลายเกลือ แล้วสูบน้ำขึ้นมาเข้าโรงงานเพื่อแยกโปแตชออกมา ส่วนน้ำเกลืออื่น ๆ อัดกลับลงไปใต้ดิน มาใช้กับโครงการ แต่ล่าสุดกระบวนการผลิตที่เตรียมนำมาใช้คือ Conventional Mining หรือ ระบบเหมืองเปิดที่ต้องขุดเกลือออกมาแล้วมาแยกโปแตช เกลือที่เหลือจะเก็บไว้เป็นภูเขาเกลือ  3) ประเด็นสิ่งแวดล้อมค่อนข้างกังวล เพราะบางจากมีภาพของธุรกิจสีเขียว ในขณะที่ภาคสังคมตั้งคำถามถึงการจัดการกองเกลือที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตเพื่อไม่ให้กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตคนรอบเหมืองทั้งหมดนี้จึงให้บอร์ดทบทวนอีกครั้งว่าจะลงทุนในโครงการต่อไปหรือไม่ คาดการณ์ว่าเร็ว ๆ นี้ ทางบริษัท เหมืองแร่โปแตช อาเซียนฯเตรียมทำหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นให้ “เพิ่มทุน” เพราะล่าสุดโครงการดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาแบบประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว รวมถึงได้รับประทานบัตรจากกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ที่มา : ในหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 2 มี.ค.2558 (http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1425271331)
  • เม.ย.2558 ทราบข่าวการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จากการประชุมคณะกรรมการเฝ้าระวังและติดตามความคิดเห็นของประชาชนต่อการประกอบการของบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด(มหาชน) ครั้งที่ 1/2558  เจ้าของโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน และ จากการขอใช้บึงทะเลสีดอต่อ อบต.หัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ ของบริษัทเหมืองแร่ฯ
  • ผอ.โรงพยาบาลบำเหน็จณรงค์ ซึ่งได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมไตรภาคีของเหมืองแร่ นำเรื่องเหมืองแร่ที่กำลังจะก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินออกมาบอกเล่าประชาชนนตลาดคำปิง เรื่องราวการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจึงแพร่กระจายไปยังกลุ่มคนที่คิดเห็นคัดค้านและไม่ยอมให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดในพื้นที่ บางคนได้รับการบอกเล่าจากลูกหลานว่าถ่านหินไม่ดีเป็นพลังสกปรกนำมาซึ่งโรคภัยจากมลพิษถ่านหิน และจากโศกนาฎกรรมที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะก็ยิ่งสร้างความหวดกลัว
  • พ.ค.2558 ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหัวทะเล บ้านตาล และบ้านเพชร ซึ่งเป็นพื้นที่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียนและโรงไฟฟ้าถ่านหิน รวบรวมรายชื่อผู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน และยื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน ของบริษัทเหมืองแร่ฯ ต่อหน่วยงานราชการของจังหวัดชุยภูมิที่เกี่ยวข้อง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ ต่อมาชาวบ้านที่ยื่นหนังสือถูกเรียกตัวไปพูดคุย
  • นายจรัส ยุทธยงค์ นายสมบัติ …… ชาวบ้านบ้านหัวทะเล หมู่1 บ้านหัวทะเล ต.หัวทะลเ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และชาวบ้าน…….ถูกนายอำเภอบำเหน็จณรงค์ นาย………………. พันโทสุรชัย ชอบชื่น รองหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ  พ.ต.ท………. รองผู้กำกับการ สภอ.บำเหน็จณรงค์ เรียกเข้าพบหลังยื่นหนังสือคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อศูนย์ดำรงธรรมโดยฝ่ายรัฐอ้างว่าเรียกไปชี้แจง แต่ทางชาวบ้านรู้สึกว่าถูกข่มขู่จากเจ้าหน้าที่รัฐ แม้จะชาวบ้านรู้สึกตกใจแต่ไม่ละความพยายามยืนยันคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินแม้จะอยู่ท่ามกลางการเผชิญความกลัวจากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอ้าง ม. 44 เข้ามากดดัน มีการข่มขู่ชาวบ้านอยู่ตลอดเวลา ผ่านทหาร ตำรวจ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. ผู้นำชุมชนว่าหากคัดค้านจะไม่ให้ความช่วยเหลือกรณีมีความช่วยเหลือจากรัฐบาลลงมายังหมู่บ้าน
  • ชาวบ้านเริ่มขึ้นป้ายขนาดใหญ่จากวัสดุไวนิลคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน บริเวณตำบลหัวทะเล หมู่ 1 และ 11 โดยเป็นภาพผู้ป่วยจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ กระจายติดไปทั่ว เช่น หน้าโรงเรียนหัวทะเล หน้าหมู่บ้าน แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่ มาขู่ว่าขึ้นป้ายผิดกฏหมายจะทำการจับกุมสำหรับคนที่ขึ้นป้ายและให้รีบเอาออกเดี๋ยวนั้น ป้ายเหล่านี้ต้องเสียภาษีป้ายหน้าโรงเรียนก็มองว่าเป็นภาพที่ไม่สวยงามไม่เหมาะกับการติดไว้ที่หน้าโรงเรียนมีความไม่เหมาะกับเด็กเพราะอยู่หน้าโรงเรียน
  • ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. ส.อบต. เริ่มข่มขู่ชาวบ้านว่าหากใครออกมาคัดค้านจะไม่ให้ความช่วยเหลือใดใดหากมีงบประมาณและโครงการต่างๆของรัฐเข้ามาในหมู่บ้าน เช่น โครงการภัยแล้ง โครงการคนแก่เบี้ยผู้สูงอายุ  ฯลฯ เป็นต้น
  • 2 ต.ค.2558 ชาวบ้านร่วม 100 คน ถูกทหารอ้าง ม.44 ห้ามสวมเสื้อและแสดงความเห็นคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน ในการประชุมคณะกรรมการเฝ้าระวังและติดตามความคิดเห็นของประชาชนต่อการประกอบการของบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด(มหาชน) ครั้งที่ 2/2558 เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2558 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และกลายเป็นข่าวใหญ่สู่สาธารณะ หลังไม่เคยปรากฏข่าวการลุกขึ้นมาคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ มาก่อน
  • ตามอ่านข่าว……..กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศจากเหตุการ์ทหารอ้าง ม.44 สั่งชาวบ้านถอดเสื้อคัดค้าน
  • นางสาวแสงตะวัน มีชำนาญ ถูกข่มขู่ หลังจากออกมาร่วมขบวนการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ผ่านไลน์กลุ่มซึ่งเขียนข้อความโดยนายสุภาพ พลตาล ข้อความทำนองว่า “จะถูกอุ้ม” (นายสุภาพ พลตาล สถาปณาตัวเองเป็นแกนนำตั้งแต่เริ่มทราบข่าวการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน และพยายามเสนอตัวเองเข้าไปนั่งในกรรมการชุดต่างๆของเหมืองแร่ และถูกทหารเรียกพบ 4-5 ครั้งตั้งแต่เริ่มคัดค้าน อดีตเคยเป็นนายก อบต.บ้านตาล แต่สอบตกให้สมัยต่อมา) ต่อมานายพรชัย … ซึ่งเดิมทีเข้าร่วมคัดค้านแต่มาเปลี่ยนท่าทีกลับมาสนับสนุนเหมืองแร่หลังเข้าร่วมการดูงานที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ นายพรชัยกว้านซื้อที่ดินรายรอบเหมืองเอาไว้เป็นจำนวนมากก่อนที่จะมี พรบ.แร่ฉบับทำเหมืองใต้ดิน และนายพรชัยก็โทรหาบิดานางสาวแสงตะวันเพื่อให้บอกลูกสาวว่าให้เลิกยุ่งกับการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเสีย ทำให้นางสาวแสงตะวันรู้สึกถูกข่มขู่ อนึ่งบิดานางสาวแสงตะวันเป็นลูกจ้างของอดีต สส.วุฒิชัย สงวนวงษ์ชัย อดีต รมต.อุตสาหกรรม และมีส่วนในการผลักดัน พรบ.แร่ ฉบับทำเหมืองใต้ดิน และนายวุฒิชัยก็ก่อตั้งบริษัทไทยคาริ จำกัด ได้ประทานบัตรเหมืองแร่โปแตชที่อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมาในเวลาไล่เลี่ยกับเหมืองแร่บำเหน็จณรงค์ของบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด(มหาชน) วันต่อมานางสาวแสงตะวัน นางสาวมีนา ทองทรัพย์ นางสุกัญญา(อาม่าจิว) ได้โทรกลับไปหานายพรชัยเพื่อซักถามเรื่องราวที่นายพรชัยโทรหาพ่อนางสาวแสงตะวัน โดยมีนางสาวมีนาเป็นคนโทรถามและนายพรชัยก็ได้พูดว่า นางสาวมีนาเองก็เลิกคล่องแวะกับการต่อสู้เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนกันและมีคนฝากเตือนมาด้วยว่าให้เลิกคล่องแวะ โดยนางสาวมีนาก็ถามกลับว่าจะเป็นอย่างไรถ้าไม่เลิก นายพรชัยตออบว่าก็อาจจะถูกเล่นงานทางกฏหมาย โดยการโทรศัพท์กลับครั้งนี้ได้มีการบันทึกเสียงการสนทนาทั้งหมดเอาไว้
  • 9 ต.ค.2558 บริษัท เหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด(มหาชน) ASEAN Potash Mining Public Company Limited เปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน)” ASEAN Potash Chaiyaphum Mining Public Company Limited จากมติที่ประชุม…..และมีมติแต่งตั้งกรรมการเพิ่มอีก 2 ท่าน คือ นพ.กำจร ตติยะกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ……….
  • 25 ต.ค. 2558 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของชาวบ้านในพื้นที่ 3 ตำบล (บ้านตาล หัวทะเล บ้านเพชร) ในอำเภอบำเหน็จณรงค์ เพื่อยืนยันการปกป้องสิทธิชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชุมชนจากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและโครงการอื่นๆที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิต และวิถีชุมชน
  • 28 ก.ค.2558 เริ่มติดป้ายหน้าบ้านตัวเองว่า “คนบ้านนี้ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน” “คนคำปิงไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน” ฯลฯ ตำบลหัวทะเล คือ บ้านหัวสระ บ้านหัวทะเล ตำบลบ้านเพชร คือ ตลาดคำปิง บ้านเพชร หนองแวง(บางหมู่)  โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากพ่อค้าแม่ค้า และคนที่ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน เกิดการก่อรูปแกนนอนคนไม่เอาถ่านหินโดยมีกลุ่มพ่อค้าในตลาดคำปิงซึ่งเป็นทุนท้องถิ่นทั้งบ้านเพชร และตลาดคำปิง เริ่มมีการวางตัวประธาน รองประธาน เริ่มเห็นโครงสร้างการทำงาน แต่ยังไม่เห็นคนทำงานที่หลากหลายและชัดเจนมากนัก
  • 2 ก.ย.2558 การประชุมคณะกรรมการเฝ้าระวังและติดตามความคิดเห็นของประชาชนต่อการประกอบการของบริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด(มหาชน) ครั้งที่ 3/2558 เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2558 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ มีการแต่งตั้งอนุกรรมการ(ย่อย)ภายใต้คณะกรรมการเฝ้าระวังฯ ขึ้นอีก 3 ชุด
  • ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดเข้าร่วมการประชุม มีเตรียมการวางแผนและประเมินสถานการณ์การถูกข่มขู่ในพื้นที่ รอบนี้พันโทสุรชัย ชอบชื่น คนที่อ้าง ม.44 สั่งชาวบ้านถอดเสื้อเมื่อการประชุมไตรภาคีครั้งที่2ไม่แสดงท่าทีข่มขู่ นั่งนิ่งๆข้างๆ พันเอกยงยุทธ สอนไม้ หัวหน้าฯ เป็นคนพูดมากกว่า โดยในครั้งนี้ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าโดยปกติทหารทั้ง2คนของศูนย์ดำรงธรรม ทั้งพันเอกยงยุทธ สอนไม้ และพันโทสุรชัย ชอบชื่น นั้นไม่เคยมาประชุมไตรภาคีพร้อมกันเลย แต่ครังนี้กลับมาโดยพร้อมเพรียงกันทั้งคู่ ชาวบ้านจึงแปลกใจและตั้งข้อสังเกตุ
  • 8 ธ.ค.2558 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ยื่นทำหนังสือสถานทูตอาเซียนทั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเชีย(บรูไนส่งหนังสือทางไปรษณีย์เพราะข้อจำกัดด้านเวลา) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นสำคัญระดับประเทศของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน)  เนื่องจากเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมใด ๆ ในระดับโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ประเทศไทยได้ผูกพันกับกลุ่มประเทศอาเซียน  เป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือที่เกี่ยวกับองค์การระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันธ์กับรัฐบาลไทย  ซึ่งหากมีนโยบายให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเข้ามาเป็นอีกหนึ่งโครงการ หรือเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบของโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน ประเทศไทยจำต้องพิจารณายกเรื่องนี้ขึ้นหารือกับประเทศภาคีก่อนที่จะดำเนินการตามกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญซึ่งต้องได้รับอนุมัติอย่างน้อยในเชิงหลักการในการดำเนินการจากรัฐบาลอาเซียนก่อน  ซึ่งได้รับอนุมัติแล้วหรือไม่ จึงจำเป็นต้องยื่นหนังสือสอบถามไปยังรัฐบาลอาเซียน 6 ประเทศ ที่ร่วมกันจัดทำข้อตกลงพื้นฐานว่าด้วยโครงการอุตสาหกรรมอาเซียน (Basic Agreement) (ตามมติ รมต.อาเซียน2521) ให้ทราบเรื่องนี้หรือหากมีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วมีผลเป็นประการใดนับตั้งแต่ที่รัฐบาลไทยมีมติคณะรัฐมนตรีให้รัฐวิสาหกิจของไทยเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนของรัฐบาลไทยได้  ทำให้การผลักดันโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียนมีทิศทางที่เบี่ยงเบนไป  โดยมุ่งให้ความสำคัญต่อการผลักดันโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมากกว่าปกติและสร้างการไม่ยอมรับต่อประชาชนในพื้นที่อย่างสูง การยืนหนังสือครั้งนี้เกิดกระแสคัดค้านปรากฏตามสื่ออย่างแพร่หลาย
  • 17 ธ.ค.2558 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ร่วม 1,700 คนแสดงตนเพื่อคัดค้านการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด(มหาชน) ในเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อ(ร่าง) รายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม(โดยใช้ถ่านหินบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิง)   สำหรับโครงเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ที่หอประชุมโรงเรียนบางอำพันธ์วิทยาคม ต.บ้านตาล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อพลโทนายแพทย์มงคล จิวะสันติการ   CEO และ Director บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด(มหาชน) หากทว่าต่อมาพบว่าเวทีดังกล่าวมีการบิดเบือนข้อมูลอย่างมาก
  • ประธานกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ นายศักดิ์ชาย ดีนาน ซึ่งเข้าร่วมคัดค้านในเวที ค.2 ได้รับการติดต่อจาก พันโทนายแพทย์มงคล จิวะสันติการ CEO บริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) ทางโทรศัพท์เพื่อนัดหมายและชวนไปตีกอฟท์แต่ได้รับการปฏิเสธจากประธานกลุ่มฯ…..เพราะคิดว่าน่าจะเป็นการนัดไปไกล่เกลี่ยและข่มขู่
  • ฝ่ายเหมืองแร่ฯ พยายามถามหา NGO ที่เข้ามาหนุนการทำงานของกลุ่มฯ จากประธานกลุ่มฯ
  • ธ.ค.2558 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ยื่นหนังสือคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 21  ธันวาคม  2558  ชาวบ้านร่วม 50 คน ยื่นหนังสือต่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวทะเล เรื่องขอเอกสารการได้รับอนุญาตให้ใช้บึงทะเลสีดอ  ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ  จำกัด (มหาชน)สำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน ณ ที่ทำงานองค์การบริหารส่วนตำบลหัวทะเล ต.หัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ มีนายก อบต.หัวทะเล นายวีรภาส ตันติปัญจพร มารับเอกสาร พร้อมปลัด อบต. ประธานสภา อบต.หัวทะเล และ ส.อบต.อีกจำวนหนึ่ง
  • 30 ธันวาคม 2558 ยื่นหนังสือต่อ นายนิพนธ์  ดิษฐจร  เรื่องเกษตรกรอำเภอบำเหน็จณรงค์ร้องทุกข์จากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
  • 31 ธันวาคม  2558 ยื่นหนังสือต่อ นายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ1.เรื่องการขอให้จัดประชามติต่อโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด(มหาชน) 2.หนังสือร้องเรียนข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง ต่อกรณีที่ชาวบ้านประสงค์จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหินแต่กลับถูกข่มขู่จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ
  • ถูกข่มขู่/คุกคามทางวาจา อย่างต่อเนื่อง
  • ประธานสภา อบต. นางสาว…………ได้รับการติดต่อจากฝ่ายเหมืองแร่ และห้ามปรามไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวและสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์
  • 28 ธ.ค.2558 บมจ.บางจาก จำกัด(มหาชน) นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแนวทางการบริหารการลงทุนของบริษัทฯ ในโครงการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน โดยให้ดำเนินการจำหน่ายหุ้นบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) ที่บริษัทฯ ถืออยู่ทั้งหมดจำนวน 1,930,500 หุ้น คิดเป็นประมาณร้อยละ 10.66 ของทุนชำระแล้ว ให้แก่บริษัทเอส กรุ๊ป เออีซี (ประเทศไทย) จำกัด คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 202,702,500 บาท ซึ่งมูลค่าการจำหน่ายดังกล่าวเป็นราคาที่ต่อรองระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ที่มา: http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000141837
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์
กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ในขบวนคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ปี 2559

  • ม.ค. 2559 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ยื่นหนังสือคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
  • 7 มกราคม 2559  ยื่นหนังสือต่อ นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ เรื่อง ข้อเสนอในการทำประชามติคัดค้านและเห็นด้วยในเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินของประชาชนชาวบำเหน็จณรงค์
  • 7 มกราคม 2559 ยื่นหนังสือต่อผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาย่อยอำเภอบำเหน็จณรงค์ทวงถามหนังสือ เรื่องขอข้อมูลสำรองไฟฟ้าในเขตอำเภอบำเหน็จณรงค์
  • 7 มกราคม 2559  ส่งหนังสือถึง 1. นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ 2. อุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ 3. ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ 4. อธิบดีกรรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
  • ทวงถามหนังสือขอข้อมูลการใช้กระแสไฟฟ้าและข้อมูลการสำรองไฟฟ้าของอำเภอบำเหน็จณรงค์
  • ขอเอกสารและหลักฐานต่างๆหลังเสร็จสิ้นเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อ(ร่าง)รายงานและมาตราการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม(โดยใช้ถ่านหินปิทูมัเป็นเชื้อเพลิง)สำหรับเหมืองแร่โปแตซและเกลือหินฯขอเอกสารประทานบัตรและเอกสารเกี่ยวข้องอื่นๆ ของบริษัทอาเซียนโปแตซชัยภูมิ จำกัด มหาชน
  • ขอเอกสารสัญญาให้สิทธิสำรวจและทำเหมืองแร่โปแตซอาเซียน
  • 11 มกราคม 2559 ยื่นหนังสือทวงถามคำตอบ ครั้งที่ 1 ต่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวทะเล(นายวีรภาส ตันติปัญจพร) เรื่อง  ขอเอกสารการได้อนุญาตให้ใช้บึงทะเลสีดอ  ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ  จำกัด (มหาชน)สำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน แต่ไม่ได้รับหนังสือตอบกลับใดใดจากนายกฯ นอกจากท่าทีหงุดหงิดใส่ชาวบ้านที่มาทวงถามร่วม 50 คน มีเพียงหนังสือตอบกลับจากประธานสภา อบต.หัวละเล เท่านั้นที่มีหนังสือชี้แจงตอบกลับมายังกลุ่มฯ พร้อมสำเนาบันทึกรายงานการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหัวทะเล สมัยสามัญที่ ๒ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๘ วันอังคารที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหัวทะเล โดยชี้แจงว่า “บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ  จำกัด (มหาชน) ได้ขอใช้บึงทะเลสีดอ และสภาฯไม่ได้ทำการอนุมัติการใช้น้ำบึงทะเลสีดอ และได้แนะนำทางบริษัทเหมืองแร่ฯ ให้ไปทำประชาคมชาวบ้านก่อน และถ้าบริษัทเหมืองแร่ฯ มาขออนุญาตจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลอีก ถ้ายังไม่ได้รับอนุมัติจากประชาคมหมู่บ้าน ก็จะไม่อนุญาตให้ใช้”
  • 11 มกราคม 2559 ยื่นหนังสือทวงถามคำตอบ ครั้งที่ 2 ต่อนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวทะเล  (นายวีรภาส ตันติปัญจพร) เรื่อง  ขอเอกสารการได้รับอนุญาตให้ใช้บึงทะเลสีดอ  ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ  จำกัด (มหาชน)สำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน ‘ร่างพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ….’ ผ่านการตรวจแก้พิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเสร็จแล้ว
  • 25 ม.ค. 2559  ยื่นหนังสือคัดค้านจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 2 ของบริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (โดยใช้ถ่านหินบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิง) สำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2558 และคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (โดยใช้ถ่านหินบิทูมินัสเป็นเชื้อเพลิง) สำหรับโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหิน ของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน)  ต่อเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)
  • ยื่นคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าฯ ให้แก่ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก ฯ และหลังจากทางบริษัทฯ ทราบข่าวจากสื่อมวลชนบางสื่อ จึงมีความพยายามเจราจาไม่ให้กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์เข้ามายื่นหนังสือ ณ ที่ทำการบริษัทฯ โดยมีคุณฉวีวรรณ เจ้าหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรอาวุโส พยายามเข้ามาชี้แจงว่าได้ทำการขายหุ้นทั้งหมดออกไปแล้ว ณ สผ. ในช่วงเช้า และพยายามเจรจากับกลุ่มชาวบ้านร่วม 30 คน ว่าขอรับหนังสือที่ สผ. อย่าไปยื่น ณ ที่ทำการบริษัทฯ(ตึกกระทรวงพลังงาน) แต่ทว่าชาวบ้านไม่ยินยอม และยืนยันไปอ่านหนังสือและยื่นหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการต่อบริษัทบางจากฯ ในท้ายที่สุด เพื่อให้บริษัทบางจากแถลงต่อหน้าชาวบ้านและสื่อมวลชนที่มาทำข่าวเพื่อแสดงความบริสุทธ์ใจตามเป้าหมายองค์กรด้านธุรกิจพลังงานสะอาด
  • 24 มี.ค.2559  ทหาร ตำรวจ นายอำเภอ อ้างงานผ้าป่าสามัคคีฯ ของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ผิดกฏหมายความมั่นคง เวลาประมาณ 13.00 น.กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ประมาณ 30 คน เดินทางเข้าพบทหาร ตำรวจ นายอำเภอบำเหน็จฯ ปลัดอำเภอฯ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ หลังปลัดอำเภอโทรศัพท์เรียกชาวบ้านก่อนหน้านี้ 1 วัน โดยเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยในเรื่องการจัดงานบุญผ้าป่าสามัคคี ซึ่งชาวบ้านพิมพ์ซองผ้าป่าว่า “เพื่อระดมทุนในการต่อสู้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน” โดยทหารอ้างว่า คำว่า “ต่อสู้คัดค้าน” ขัดกฎหมายความมั่นคง อาจจะนำไปสู่การสร้างความแตกแยกของสังคมและผิด พรบ.ชุมนุมสาธารณะ จึงสั่งให้ระงับกิจกรรมในวันที่ 26-27 มีนาคมที่จะถึงนี้ และย้ำหากจัดต่อจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องและทุกคนที่ไปร่วมงาน ด้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าพวกตนทำผิดกฎหมายมาตราใด  แต่เจ้าหน้าที่ทหารตอบว่าไม่ต้องรู้หรอกว่าผิดมาตราใด แต่ให้รู้ว่าทำผิดก็พอ ทางกลุ่มฯจึงต่อรองกับทหารว่าหากเปลี่ยนถ้อยคำในใบฎีกาผ้าป่าที่ทำให้ฝ่ายความมั่นคงไม่พอใจออกแล้วขอจัดกิจกรรมต่อได้หรือไม่ ทหารกล่าวว่าให้จัดต่อไม่ได้เนื่องจากตอนนี้ทางกองทัพได้รู้เรื่องหมดแล้ว ก่อนหน้าการคุยกับกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ทหารได้เชิญเจ้าได้เชิญอาวาสวัดเพชรภูมิสุวรรณวรารามซึ่งเป็นวัดที่จะจัดกิจกรรม ไปพูดคุยว่า การรับผ้าป่าแบบนี้เป็นการรับผ้าป่าที่ผิดกฎหมาย และการทำผ้าป่าไม่มีตราวัดก็เป็นผ้าป่าเถื่อน ถ้าเจ้าอาวาสรับผ้าป่าไป ท่านจะโดนเรียกสอบสวน เจ้าอาวาสจึงมีความกังวลใจและเป็นเหตุให้ทางวัดขอเลื่อนไม่รับผ้าป่าและไม่ให้ชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จฯ จัดกิจกรรมที่วัดต่อไป (ที่มา: ข่าวจากศูนยทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน https://tlhr2014.wordpress.com/2016/03/25/robe-offering-cancelled/ และติดตามชมคลิปสั่งระงับได้ที่เพทเหมืองแร่ชัยภูมิ)
  • 26 มี.ค.2559 กลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จฯ ยืนยันจัดกิจกรรม หลังพูดคุยกับทหารและฝ่ายปกครองในวันที่ 24 มีนาคม 2559 ณ ที่ว่าการอำเภอบำเหน็จณรงค์ ทางกลุ่มฯ กลับมาประชุมและพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และได้ข้อสรุปว่ากลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ยืนยันการจัดกิจกรรมร่วมกินข้าวเที่ยงและวงเสวนาแลกเปลี่ยน “ผลกระทบถ่านหินและประสบการณ์การต่อสู้ของชาวบ้าน” ในวันที่ 26 มี.ค.59 โดยอาศัยที่ดินของเอกชนซึ่งเป็นคนในพื้นที่จัดกิจกรรม และต้องเปลี่ยนสถานที่จัดงานถึงสามครั้ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่อนุญาตจัดงานผ้าป่าระดมทุนดังการส่งระงับตามข่าว และมีการพยายามคุกคามแกนนำของเครือข่ายและเจ้าของสถานที่จัดงาน โดยในการจัดกิจกรรมมีชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์กว่า 500 คน ในเขตอำเภอบำเหน็จณรงค์และอำเภอจัตุรัส เดินทางกันมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก มีการถวายเพลที่วัด ร่วมวงกินข้าวเที่ยงและวงเสวนาแลกเปลี่ยน “ผลกระทบถ่านหินและประสบการณ์การต่อสู้ของชาวบ้าน”  โดยมีกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดเมืองเลย และชาวบ้านจากอำเภอคอนสาร จ.ชัยภูมิ มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างคึกคัก อีกทั้งยังมีการลงพื้นที่บึงทะเลสีดอดูวิถีการหาอยู่หากินของคนกับบึงทะเลสีดอ และดูจุดที่คาดว่าจะก่อสร้างโรงไฟฟฟ้าถ่านหิน (อ่านข่าวเพิ่มเติม http://prachatai.org/journal/2016/03/64884)
  • วันที่ 24 มีนาคม 2559 นำโดย นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ พ.ต.ท. พินิจ เถลิงศักดาเดช รอง ผกก. (ป.) สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และพันโทสุรชัย ชอบชื่น รองหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ (ฝ่ายทหาร) เรียกชาวบ้านมาพบ โดยมีพันโทสุรชัย ชอบชื่น ออกคำสั่งห้ามกลุ่มฯ จัดผ้าป่าสามัคคีในวันที่ 26-27 มีนาคม 2559 ณ วัดเพชรภูมิสุวรรณวราราม ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นกิจกรรมตามประเพณี โดยพันโทสุรชัย อ้างว่า “รองผู้บังคับการจังหวัดบอกว่าเป็นความผิดเพราะใช้คำว่าระดมทุนต่อสู้ แค่นี้ก็เข้าความมั่นคงแล้ว คำว่าต่อสู้ หมายความว่าเป็นการสร้างความแตกแยก เข้าในข้อของความมั่นคงเป็นการระดม รวบรวม สมทบ ใน พ.ร.บ.ชุมนุมนี้เรียบร้อย” และเมื่อชาวบ้านร้องขอเปลี่ยนใบฎีกาผ้าป่าใหม่ กลับได้รับการปฏิเสธจากพันโทสุรชัยและพันโทสุรชัยยังบอกอีกว่า “ ใบฎีกาผ้าป่าของชาวบ้านได้ส่งไปถึงกองทัพแล้วเป็นหลักฐานความผิดและตอนนี้กองทัพกำลังพิจารณาว่าจะจัดการอย่างไรกับชาวบ้านที่จัดผ้าป่าและผู้ที่ออกมาร่วมงาน ’’ พันโทสุรชัยยืนยันว่าผ้าป่าสามัคคีครั้งนี้มีความผิด ชาวบ้านจึงได้โต้แย้ง ชี้แจง และมีการตั้งคำถามกลับ-ไปมาว่า “ผิดมาตราที่” พันโทสุรชัยตอบว่า “ไม่ต้องถามว่ามาตราอะไรเพราะผมไม่ใช่ทนาย แต่เขาสั่งมาว่าเป็นความผิด” และในครั้งนี้มี พ.ต.ท. พินิจ เถลิงศักดาเดช รอง ผกก. (ป.) สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เป็นผู้อ้าง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2559 ว่าจะจับกุมชาวบ้านทั้งผู้จัดงานตามรายชื่อที่ปรากฏในใบฏีกาผ้าป่าและจะจับกุมชาวบ้านที่ออกมาร่วมงานไปดำเนินคดีตามกฎหมาย พ.ร.บ.การชุมนุมฯ หากยังแข้งขืนต่อคำสั่งห้าม
  • อีกทั้งทหารและตำรวจยังได้ข่มขู่เจ้าอาวาสวัดเพชรภูมิสุวรรณในห้องนายอำเภอว่าหากอนุญาติให้จัดผ้าป่าที่วัด เจ้าอาวาสจะมีความผิดไปด้วย จนต่อมาเจ้าอาวาสต้องขอให้กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ เลื่อนการจัดงานผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ออกไปก่อนเพื่อไม่ให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อน เหตุการณ์ในวันนี้สร้างความไม่พอใจเป็นอย่างมากให้กับชาวบ้าน เนื่องจากเห็นว่าแม้กระทั่งการจัดผ้าป่าสามัคคีซึ่งเป็นกิจกรรมตามประเพณีก็มีความผิด และไม่สามารถแสดงออกในสิทธิและเสรีภาพ เพื่อการปกป้องชุมชนจากมลพิษที่มาพร้อมกับโรงไฟฟ้าถ่านหินได้
  • ต่อมาในวันที่ 26 มีนาคม 2559 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ ซึ่งยืนยันจัดกิจกรรมเช่นเดิม แต่ต้องเปลี่ยนสถานที่จัดงานถึงสามครั้ง โดยเจ้าของสถานที่ซึ่งเป็นที่ดินของเอกชนรายแรกถูกติดตามจากอำเภอบำเหน็จณรงค์ไปจนถึงอำเภอเมืองจังหวัดนครรราชสีมา ระยะทางกว่า 75 กม. โดยชายฉกรณ์ 3 คนที่เดินเข้าไปข่มขู่เพื่อกดดันไม่ให้เจ้าของสถานที่อนุญาตให้กลุ่มฯ ใช้สถานที่จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าสามัคคี แม้กระทั่งญาติเจ้าของสถานที่รายที่สามซึ่งดูแลพื้นที่จัดงานแทนเจ้าของตัวจริงซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัดและอนุญาติให้ใช้สถานที่ได้ ก็ถูก พ.ต.ท. พินิจ เถลิงศักดาเดช รอง ผกก. (ป.) สภ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ข่มขู่ญาติเจ้าของสถานที่และอ้างจะจับกุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2559 เพราะอนุญาติให้ใช้สถานที่จัดกิจกรรม ซ้ำยังส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่มาถ่ายภาพการจัดกิจกรรมตลอดเวลาและจดหมายเลขทะเบียนรถทุกคันที่เข้ามาร่วมงาน
  • ระหว่างวันที่ 19-23 เมษายน 2559 มีการส่งกองกำลังทหารลงไปฝึกซ้อมในพื้นที่ ต.หัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และพื้นที่ใกล้เคียง หลายสิบนาย มีทหารสวมชุดลายพราง มีเฮลิคอปเตอร์ฝึกบิน/มีการโรยตัวจาก ฮ. มีการเล็งอาวุธปืนมายังชาวบ้าน และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดการตั้งคำถามถึงที่มาของการฝึกซ้อมดังกล่าวนี้ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่กลับมีการฝึกซ้อมหลังเกิดเหมืองแร่ และเกิดการรวมกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินของชาวบ้านในพื้นที่
  • เช้าของวันที่ 21 พฤษภาคม 2559 เวลาประมาณ 10.50 น. มีทหารแต่งชุดลายพราง 2 คน เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ 1 คน พร้อมผู้ใหญ่บ้านบ้านเพชร หมู่ 2 ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ขับรถกะบะสีบอรนซ์สี่ประตู และรถเก๋งหนึ่งคัน เข้าไปจอดที่หน้าบ้านของนายเสมอ เถินมงคล ผู้เข้าร่วมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกับกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ จากนั้นเดินเข้ามาถามหาตัวนายเสมอกับพ่อและน้องสาวว่า นายเสมออยู่ไหน นายอยากคุยด้วยเพราะนายเสมอเป็นแกนนำคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ไม่พบตัวนายเสมอเนื่องจากออกไปทำงาน เจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงขับรถออกไปหายังที่ทำงานของนายเสมอแต่ก็ไม่พบตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงย้อนกลับมาถ่ายภาพบ้านและน้องสาวของนายเสมออีกครั้งก่อนขับรถออกไป
  • การติดป้ายคัดค้านบริเวณจุดต่าง ๆ ในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคลเช่นรั้วบ้านของตนเอง ทหารและตำรวจในพื้นที่ก็บอกว่าผิดกฎหมาย ในขณะที่ฝ่ายบริษัทฯ สามารถติดป้ายโฆษณาและจัดกิจกรรมสนับสนุนเหมืองได้โดยไม่ต้องขออนุญาตหรือมีความผิดแต่อย่างใด รวมทั้งมีการใช้กลไกการปกครองในพื้นที่ข่มเหงจิตใจชาวบ้านซ้ำเติม เช่น ผู้ใหญ่บ้านกำนันในพื้นที่ข่มขู่ชาวบ้านว่าถ้าใครออกมาคัดค้านหรือต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหากมีโครงการใด ๆ ของรัฐเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเงินชดเชยภัยแล้ง น้ำท่วม เงินกองทุนหมู่บ้านจะไม่ดำเนินการให้กับบุคคลที่ออกมาต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นต้น
  • ออกแถลงการณ์กลุ่มหลังนายเสมอถูกทหารไปถามหาที่บ้าน
  • 13 มิถุนายน 2559 ทำหนังสืองร้องเรียนพฤติกรรมเจ้าหน้าที่กรณีข่มขู่คุกคามชาวบ้านที่ต่อสู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน  ของ บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) เรียน 1.นายกรัฐมนตรี ประเทศไทย 2.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 3.แม่ทัพภาค 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครรราชสีมา 4.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(ประเทศไทย) 5.องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNCT)
  • 15 สิงหาคม 2559 เวลา 11.30 น. นายบรรณ พงษ์พิทักษ์ รองประธานและผู้ประสานงานกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์  ได้รับโทรศัพท์จากเบอร์ 087-9640909 โดยอ้างว่าชื่อ พ.ต.อ บุญเลิศ รักษ์มณี ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ สั่งให้ชาวบ้านที่เซ็นชื่อในหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมเจ้าหน้าที่กรณีข่มขู่คุกคามชาวบ้านที่ต่อสู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน  ของ บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) ฉบับที่ส่งร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี และองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย(UNCT) ให้มาพบตน โดยไม่ได้แจ้งว่าให้ไปพบด้วยสาเหตุอะไร อย่างไร ทำไมจึงให้ไปพบ และหากต้องการเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมควรมีการตอบรับและชี้แจงข้อร้องเรียนมาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแทนการโทรศัพท์มาสั่งให้ไปพบจึงได้รับการปฏิเสธจากกลุ่มฯ และเนื่องเพราะเกิดความหวาดระแวงและไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่รัฐทั้งนายอำเภอ ทหาร และตำรวจ เพราะเคยถูกเรียกไปพบและสั่งห้ามจัดผ้าป่าสามัคคีเมื่อเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมามาแล้ว ซึ่งทำให้ชาวบ้านรู้สึกถูกหลอกไปข่มขู่ และในทางกลับกันหากบริษัทอาเซียนโปแตชฯ จะจัดกิจกรรมอะไรกลับสามารถทำได้โดยไม่ถูกสั่งห้าม แต่หากกลุ่มฯ ชาวบ้านจะขยับจัดกิจกรรมอะไรก็ผิดและถูกสั่งห้าม ข่มขู่ คุกคามมาโดยตลอด ต่อมาในช่วงค่ำของวันเดียวกัน นางสาวมีนา ต้องทรัพย์ สมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ พบว่ามีเบอร์โทรศัพท์ 087-9640909 โทรเข้ามายังเครื่องของตนเองอีกครั้งแต่ตนมิได้รับสาย จึงเกิดความรู้สึกกังวล…
  • 22 สิงหาคม 2559  ได้รับหนังสือเชิญพบผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ส่งหนังสือเลขที่ ตช ๐๐๑๘๓/๕๓๑๑ วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๙ เรื่อง ขอเชิญพบผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เรียน คุณสุนันท์ ยุทธกล้า กลุ่มฅนรัก์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ (อ้างถึง หนังสือร้องเรียนพฤติกรร้าเจ้าหน้าที่กรณีข่มขู่คุกคามชาวบ้านที่ต่สู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินของ บริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) ฉบับลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๙ ลงชื่อในหนังสือคือ พันตำรวจเอกบุญเลิศ รักษ์มณี ผู้กำกับการ(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ
  • 25 สิงหาคม 2559 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ 15 คน เดินทางไปพบ พันตำรวจเอกบุญเลิศ รักษ์มณี ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรชัยภูมิ ตามหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากชาวบ้านได้ส่งหนังสือร้องเรียนการถูกข่มขู่คุกคามจากเจ้าหน้าที่ที่ สภอ.เมืองชัยภูมิ(อ้างถึง หนังสือเรื่อง  ร้องเรียนพฤติกรรมเจ้าหน้าที่กรณีข่มขู่คุกคามชาวบ้านที่ต่อสู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน  ของ บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน))
  • 27 สิงหาคม 2559  กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ร่วม 400-500 คน มาร่วมตัวกันบริเวณที่ทำการเหมืองแร่โปแตชอาเซียน เพื่อยื่นคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่พ่วงมากับเหมืองแร่โปแตชอาเซียน ของบริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) หลังชาวบ้านรู้ข่าวจากปลัดอำเภอบำเหน็จณรงค์ ว่านางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจะเดินทางลงพื้นที่เหมืองแร่โปแตชอาเซียนบำเหน็จณรงค์ แต่รอจนถึงช่วงบ่ายก็ยังไม่มา  ต่อมา นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอบำเหน็จณรงค์ จึงเดินออกจากที่ทำการเหมืองแร่แจ้งว่ารัฐมนตรีติดประชุมด่วนที่กรุงเทพฯไม่สามารถเดินทางมาได้ และยกเลิกภารกิจทั้งหมด ทั้งระบุว่ารัฐมนตรีไม่กล้ารับเรื่อง จึงเดินทางกลับ เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมากเพราะต่อมาในภายหลังชาวบ้านทราบว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมา นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ไปตรวจเยียม เหมืองแร่โปแตชไทยคาลิ ที่ ต.หนองไทร อ.ด่านขุดทน จ.นครราชสีมา ซึ่งอยู่ติดกับอำเภอบำเหน็จณรงค์ (เหมืองแร่โปแตชของบริษัทไทยคาลิ มีเจ้าของคืออดีต สส.วุฒิชัย สงวนวงษ์ชัย ผู้เคยผลักดันเหมืองแร่โปแตชอาเซียนบำเหน็จณรงค์มาก่อนหน้านี้) แต่กลับมายกเลิกหมายกำหนดการลงพื้นที่เหมืองแร่โปแตชอาเซียนภายหลังทราบข่าวว่ามีชาวบ้านมารอยื่นหนังสือคัดค้าน  ปัจจุบันเหมืองแร่โปแตชอาเซียนชัยภูมิ อยู่ระหว่างระดมทุน กว่าสี่หมื่นถึงห้าหมื่นล้านบาท สำหรับการลงทุนและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ทั้งการขุดอุโมงค์ อีก 2 อุโมงค์สำหรับลำเลียงแร่ อาคารแต่งแร่ และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะอย่างไร กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ก็ยืนยันคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินต่อไป
  • 2 กันยายน 2559 จัดงานบุญสืบชะตาบึงทะเลสีดอ ที่วัดหัวทะเล บ้านหัวทะเล ต.หัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ มีขบวนแห่ต้นบุญจากศูนย์เด็กเล็กบ้านเพชร มาจนถึงวัดหัวทะเล ภายในงานมีเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบมาร่วมสังเกตการณ์ภายในงาน
  • 31 ตุลาคม 2559 คชก.สผ.ลงพื้นที่บำเหน็จณรงค์ ชาวบ้านร่วม 800-900 คน มารอให้ข้อมูลคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(คชก.) จากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) ที่บริเวณวัดบ้านกุ่มหลังมีหนังสือถึงกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ เพื่อขอฟังข้อมูลและตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่พ่วงมากับเหมืองแร่โปแตชของบริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน)โดยคืนวันที่ 30 ต.ค.59 มีตำรวจจาก สภต.หัวทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ มาบอกให้ชาวบ้านบ้านกุ่มท่านหนึ่งไปแจ้งขออนุญาตจัดการชุมนุมที่ สภต.หัวทะเล โดยมาตามชาวบ้านถึง 2 ครั้ง (ครั้งแรกชาวบ้านไม่ไปแจ้งเพราะไม่ใช่การชุมนุม แต่ตำรวจมาที่บ้านผู้ใหญ่บ้านบ้านกุ่มเพื่อให้ชาวบ้านแจ้งขออนุญาตการชุมนุมอีกครั้งจนชาวบ้านต้องยอมแจ้ง) ชาวบ้านจึงจำใจต้องแจ้งการชุมนุมตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาหาในครั้งที่สองด้วยการกดดันผ่านผู้ใหญ่บ้าน ทั้งๆ ที่การมารวมตัวกันวันนี้เป็นการแสดงออกซึ่งสิทธิในการปกป้องถิ่นฐานบ้านเกิดตัวเอง และมาเพื่อรอพบ คชก.สผ.ตามหนังสือที่ได้รับแจ้งมาก่อนหน้านี้ ชาวบ้านจึงเกิดความไม่พอใจต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภต.หัวทะเล ที่มักมองว่าการมารวมตัวกันแสดงออกเพื่อปกป้องถิ่นฐานบ้านเกิดของชาวบ้านเป็นการชุมนุมทางการเมือง ขัดต่อพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ทั้งนี้การลงพื้นที่ของ คชก.สผ.เกิดขึ้นหลังกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดฯ ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสำหรับเหมืองแร่โปแตชฯ ของบริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิจำกัด(มหาชน) มาอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทฯ ก็มิได้สนใจฟังเสียงคัดค้านของประชาชนแต่กลับดึงดันเดินหน้าทุกวิถีทางที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่อำเภอบำเหน็จณรงค์

ปี 2560

  • 5 กรกฎาคม 2560 ตัวแทน บริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด(มหาชน) เข้าร่วมประชุมประจำเดือนหัวหน้าส่วนราชการอำเภอบำเหน็จณรงค์ ครั้งที่ 7/2560 วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ณ ที่ว่าการอำเภอบำเหน็จณรงค์ โดยได้ชี้แจงเกี่ยวกับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาใช้เป็นชีวมวล ให้ที่ประชุมได้รับทราบ และเชิญชวนให้หน่วยงานราชการต่างๆ เข้าร่วมประชุม เพื่อเป็นสักขีพยาน
  • 5 กรกฎาคม 2560 บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด(มหาชน)  เริ่มประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้มาเข้าร่วมเวทีการประชุมรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาใช้เป็นชีวมวล ในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ผ่านเพจเฟสบุ๊ค “ฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม บมจ.อาเซียนโปแตชชัยภูมิ” เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เวลา ๑๔.๔๕ น. มีเนื้อหาว่า คำถามเหล่านี้อยู่ในใจคุณรึเปล่า มาร่วมฟังคำตอบจากผู้รู้จริง ในวันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม 2560 เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป ณ หอประชุม โรงเรียนบางอำพันธ์วิทยาคม อย่าลืมนะครับ มาแสดงสิทธิ์และความคิดเห็นของท่านเพื่อไขข้อสงสัย และร่วมพัฒนาชุมชนไปกับเรา #เรามีคำตอบให้คุณ #APOTเพื่อชุมชน
  • 7 กรกฎาคม 2560 บริษัทอาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด(มหาชน) เริ่มดำเนินการติดป้ายประชาสัมพันธ์เวทีการประชุมรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาใช้เป็นชีวมวล ตามหน่วยงานราชการในพื้นที่ มีเนื้อหาว่า ขอเชิญประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย เข้าร่วมการประชุมรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาใช้เป็นชีวมวล โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมสำหรับโครงการเหมืองแร่โพแทชและเกลือหิน บริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ จำกัด (มหาชน) อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ ขอเชิญหน่วยงานราชการส่วนกลาง ระดับภูมิภาค ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ เทศบาลตำบล องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา สถาบันศาสนา สื่อมวลชน ผู้นำชุมชน ประชาชนในเขตพื้นที่ที่ท่านอยู่อาศัย และประชาชนที่สนใจ วันจันทร์ ที่ 24 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ. หอประชุม โรงเรียนบางอำพันธ์วิทยาคม ตำบลบ้านตาล อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ
  • 11 กรกฎาคม 2560 บริษัทเหมืองแร่โปแตชอาเซียนได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงมาใช้ชีวมวล ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.00 น. – 12.00 น. http://www.apot.co.th/  – Fb: ฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม บมจ.อาเซียนโปแตชชัยภูมิ https://www.facebook.com/csr.apot/
  • 12 กรกฎาคม 2560 ผู้ใหญ่บ้านได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมประชุมเวทีรับฟังความคิดเห็นในการเปลี่ยนแปลงเชื้อเพลิงชีวมวล
  • 12 กรกฎาคม 2560 เริ่มมีข่าวลือในพื้นที่ว่าจะให้เงิน 300 ถ้าหากไปเข้าร่วมประชุม และหากใครมีรถที่สามารถพาชาวบ้านคนอื่นไปด้วยได้ จะได้ 500 รถ 1 คัน ต่อชาวบ้าน 14 คน ให้คนมาอย่างน้อย หมู่บ้านละ 50 คน
  • 14 กรกฎาคม 2560 มีการประกาศจากการประชุมหมู่บ้านท่าศาลา ว่าบริษัทจะให้เบี้ยประชุม เป็นเงิน 300 ให้ไปตามความสมัครใจ ส่วนใครที่มีรถจะได้ต่างหาก โดยรถ 1 คัน ต่อชาวบ้าน 10 คน
  • 20 กรกฎาคม 2560 ชาวบ้านพบใบปลิวเชิญชวนชาวบ้านให้ไปเข้าร่วมเวที โดยในใบปลิวมีคำถาม 3 ข้อ
  • 24 กรกฎาคม 2560

06.00 เริ่มเห็นชาวบ้านรวมตัวกันในแต่ละชุมชน

06.30 ชาวบ้านเดินทางออกจากพื้นที่ เพื่อไป รร บางอำพันธ์ สถานที่จัดงาน

07.00 มีประชาชนที่มาถึงและทยอยเดินทางมาแล้วจำนวนหลายร้อยคน เป็นที่น่าแปลกใจว่าในการประชาสัมพัน ระบุเวลาไว้ว่า เก้าโมงเช้าแต่ทำไมประชาชนถึงเดินทางมากันตั้งแต่ เจ็ดโมง ซึ่งเป็นเวลาก่อนเริ่มการประชุมถึง 2 ชม

เส้นทางเข้าโรงเรียน มี 2 เส้นทาง คือ1. ทางเข้าจาก หัวบึง 2.ทางเข้าฝั่งบ้านตาล

ทางเข้าฝั่งหัวบึงมีการตั้งด่าน โดยตำรวจชุดปราบจลาจล สกัดไม่ให้รถยนต์ผ่านไป ให้จอดบริเวณลาดจอดรถที่บริษัทเตรียมไว้ แล้วมีการตรวจอาวุธ

ทางเข้าฝั่งบ้านตาลมีด่านตรวจทั้งหมด 2 ด่าน ด่านแรก เป็นด่านตรวจของตำรวจ อยู่บริเวณศาลารอรถ ด่านที่สองเป็นด่านของตำรวจชุดปราบจราจล  อยู่บริเวณทางเลี้ยวเข้าโรงเรียน

หลังจากผ่านด่านแต่ละฝั่งแล้ว ชาวบ้านต้องทำตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยของบริษัท ที่ถูกอ้างว่าเป็นมาตรการใหม่ เพื่อรักษาความปลอดภัย ที่พึ่งมีขึ้น โดย 1. ด่านตรวจบัตรประชาชนที่มีตำรวจอยู่จำนวนมาก หลังจากแสดงบัตรแล้ว ต้องให้กล้องบันทึกภาพบัตรไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการขานชื่อจังหวัดของผู้เข้าร่วมด้วย หลังจากเดินผ่านจุดตรวจบัตรเข้าไป จะมีการนำแผงเหล็กมากั้นเป็นทางเดินให้ประชาชนเดินตามทางที่กำหนด 2.ต้องเดินผ่านเครื่องแสกนอาวุธเครื่องแรก และมีการติดแทกสีส้ม 3. จุดรับลงทะเบียน 4. มีทหารตั้งโต๊ะเพื่อตรวจอาวุธอีกครั้ง 5.เดินผ่านเครื่องสแกนเครื่องที่ 2 เพื่อเข้าห้องประชุม

หลังจาก เจ็ดโมงชาวบ้านที่เข้าไปในห้องประชุม ต้องเดินออกไปยังเต้นท์ที่บริษัทจัดเตรียมไว้ทั้งหมด ยี่สิบหลัง เนื่องจากที่นั่งในห้องประชุมเต็มหมดแล้ว และเพื่อออกไปรับข้าวกล่อง

08.30 ชาวบ้านผู้คัดค้านเริ่มรวมตัวกัน หน้าโรงเรียน และเริ่มเจรจาเพื่อขอเข้าไปด้านใน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าเนื่องจากมีประชาชนบางส่วนไม่ได้พกบัตรประชาชนมาด้วย ทางกลุ่มชาวบ้านจึงมีการแย้งว่า ในการประชาสัมพันธ์ด้านต่างๆของบริษัทไม่ได้แจ้งให้เตรียมบัตรประชาชนมาด้วย อีกทั้งผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้ประกาศบอกแต่อย่างใด และในเวทีคราวที่แล้วก็ไม่ได้มีการตรวจบัตรประชาชน

ในขณะชาวบ้านเจรจา ด้านหลังประตูโรงเรียนก็เริ่มมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจลเริ่มมาตั้งแถวจำนวนประมาณ 20-30 คน

08.45 ทางบริษัทได้เริ่มดำเนินการเวทีรับฟังความคิดเห็น

08.50 ชาวบ้านทราบจากคนด้านในว่าเวทีเริ่มแล้ว แต่ตำรวจก็ยังไม่ยอมให้เข้าไป จึงมีการผ่าแผงเหล็กและแนวกั้นเข้าไป แต่ตำรวจปราบจลาจลได้ทำการปิดประตูโรงเรียน และคล้องโซ่ไว้อย่างแน่นหนา มีการนำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และตำรวจชุดปราบจราจล มายืนขวางประตูเอาไว้ ชาวบ้านมีการสอบถามว่าทำไมไม่อนุญาตให้เข้าไป ทางตำรวจทหารบอกว่า เกรงว่าชาวบ้านที่มาจะไม่ใช่คนในพื้นที่ ชาวบ้านจึงเสนอว่าให้ผู้ใหญ่บ้านที่ตอนนี้อยู่ในเวทีออกมายืนยันได้ ว่าชาวบ้านเป็นคนในพื้นที่จริงหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด

10.00 เจ้าหน้าที่กล่าวปิดการประชุม และให้ชาวบ้านทยอยออกจากเวที โดยมีการเปิดประตู ด้านข้างโรงเรียนทั้งสองด้าน ให้ประชาชนเดินทางกลับ

  • 25 กรกฎาคม 2560 ได้รับข่าวลือว่าการจ้างเงินเบี้ยเลี้ยงโดยผู้ช่วย ผู้ใหญ่ และกำนัน ซึ่งจะเอาเงินไปให้ที่บ้านตามรายชื่อที่ลงทะเบียนไว้
  • 25 กันยายน 2560 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองนครราชสีมา
  • 5 ตุลาคม 2560 EIA โรงไฟฟ้าชีวมวลผ่านความเห็นชอบของ คชก.

ปี 2561

  • 20 เมษายน 2561

โกพร เข้าหมู่บ้านที่คัดค้านโรงไฟฟ้าด้วยกันเมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อล่ารายชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง 7 ข้อ ได้แก่

  1. ประชาชนมีความต้องการให้เหมืองแร่โปแตชจัดทำโครงการศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าชีวมวล เพื่อให้ประชาชนเกิดความชัดเจนในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าชีวมวลในด้านผลกระทบที่จะเกิดต่อสภาวะแวดล้อมของพื้นที่อำเภอบำเหน็จณรงค์
  2. ประชาชนมีความต้องการให้เหมืองแร่โปแตชเปิดรับสมัครบุคคลในท้องถิ่นของเขตอำเภอบำเหน็จณรงค์ ร้อยละ 80 ของอัตรากำลังที่เหมืองต้องการเพื่อเข้าทำงาน โดยมีคุณลักษณะตามที่เหมืองกำหนดเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือก เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าเหมืองให้ความสำคัญและส่งเสริมสนับสนุนการมีงานทำของประชาชนในเขตพื้นที่ โดยมีการกำหนดเป็นเอกสารหลักฐาน
  3. ด้านงบพัฒนาของเหมืองขอให้คณะกรรมการภาคประชาชนสามารถดำเนินการในการบริหารจัดการอย่างอิสระ โดนเหมืองแร่อยู่ในฐานะผู้แนะนำแนวทางในการดำเนินงานเท่านั้น และให้ขยายเขตการจัดสรรงบประมาณให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านของตำบลบ้านตาล ตำบลบ้านเพชร และตำบลหัวทะเล
  4. หากมีการก่อสร้างให้ใช้แรงงานภายในเขตพื้นที่ 3 ตำบลเป็นหลัก เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่บุคคลในชุมชน และเปิดโอกาสให้เครื่องจักรในพื้นที่เข้าร่วมทำงานกับเหมือง
  5. เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินได้เช่าพื้นที่ ภบท.5 ของเหมืองที่ยังเป็นพื้นที่ว่างเปล่าในการทำกินในราคาที่เหมาะสม
  6. จัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีขึ้นใหม่โดยคณะกรรมการภาคประชาชนให้ประชาชนเป็นผู้เลิอกและเปิดเวทีพบปะประชาชนเพื่อพูดคุยสร้างความเข้าใจและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทุกๆ 3 เดือน กับประชาชนในเขต 3 ตำบล
  7. เหมืองจะต้องให้คำตอบในประเด็นข้อเรียกร้องทั้งหมดข้างต้นนี้ ภายใน 15 วัน
  • 21 เมษายน 2561 ผู้ใหญ่บ้านหัวสระเล่าให้ฟังว่า ถูกโกพรชวนไปกินอาหารที่ร้านจ่าชาติ บอกว่าเหมืองแร่จะมาเลี้ยงอาหาร พอไปถึงมีผู้ใหญ่กำนันหลายหมู่บ้านมา แต่เหมืองแร่กับไม่ได้เดินทางมา ซึ่งโกพรได้คุยเรื่องข้อเรียกร้องต่อเหมืองแร่ทั้ง ๗ ข้อและบอกให้ผู้ใหญ่บ้านกำนันล่ารายชื่อสนับสนุน
  • 25 เมษายน 2561 โกพรเข้ามาหาชาวบ้านกุ่ม มาคุยเรื่องการล่ารายชื่อ แต่มาเจอแม่กำลังไปส่งน้ำพริกที่บ้านกุ่มพอดีเลยได้พูดคุยกัน มีการโต้เถึยงกันเล็กน้อย ถึงการดำเนินงานของกลุ่มกับโกพรมันคนละเรื่องกัน อย่าเอากลุ่มไปแอบอ้าง และพาดพิงถึงพี่จอยและเจ๊แหม่มว่าเป็นตัวการในการกรุเรื่องว่าเขารับเหมืองแร่ แล้วก็บอกแม่วันประมาณว่าเขาจะไปเดินขบวนยื่นหนังสือกับเหมืองวันที่ 30 เม.ย.2561 โดยไม่ได้บอกรายละเอียดมากนักแล้วก็กลับ
  • 30 เมษายน 2561 โกพรไปยื่นหนังสือข้อเรียกร้องหน้าโครงการเหมืองแร่ มีชาวบ้านเดินทางไปประมาณ 50 กว่าคน สอบถามชาวบ้านที่ชุมนุมมาจาก บ้านเพชร บ้านชวน บ้านตาล และบ้านหนองดง (มี 5-6 คน) แต่ไม่มีตัวแทนเหมืองแร่มารับหนังสือแต่อย่างใด หลังจากโกพรเดินทางไปยื่นหนังสือแล้วเสร็จ ได้เดินทางไปหาหนึ่งในสมาชิกกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดบำเหน็จณรงค์ ซึ่งอ้างหาว่าเป็นคนทำเพจสีร้ายเขา โดยสมาชิกคนนั้นให้การปฏิเสธ และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเพจเลย และไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียน ซึ่งผู้ติดตามของโกพรมาท่าทีคุกคาม แสดงท่าว่าจะทำร้ายสมาชิกคนนั้น
  • 7 เมษายน 2561 พี่จอยได้รับหมายเรียกจากตำรวจให้ไปเป็นพยานให้โกพร ข้อหาหมิ่นประมาณ แต่ไม่พบว่าใครกระทำผิด
  • 9 พฤษภาคม 2561 ตัวแทนพี่จอย เดินทางไปขอเลื่อนนัดหมายเรียกพยานจากตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรบำเหน็จณรงค์ โดย สว.สส. มีท่าทีไม่น่าพอใจ พูดเสียงดัง ไม่อยากให้เลื่อนนัด และบอกว่าให้เอาใบสั่งสินค้ามาแสดงหลักฐานว่าไม่สามารถมาพบได้จริง